เมื่อพลเอกประยุทธ์เข้าใจวิกฤติพลังงานของประเทศแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายก็ดูง่ายขึ้น


เมื่อพลเอกประยุทธ์เข้าใจวิกฤติพลังงานของประเทศแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายก็ดูง่ายขึ้น

 

คำพูดล่าสุดของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในเรื่องพลังงานอย่างเป็นระบบ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานสุทธิ  จึงมีความจำเป็นจะต้องเร่งหาปิโตรเลียมที่มีอยู่ในประเทศ ในขณะเดียวกันก็ต้องออกไปหาแหล่งพลังงานนอกประเทศเข้ามาเสริม รวมไปถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้ประเทศมีพลังงานใช้ในอนาคตอย่างเพียงพอ ในราคาที่เหมาะสม และยังสามารถดึงดูดการลงทุนเอาไว้ภายในประเทศได้

ความเข้าใจเรื่องของพลังงานในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งในระดับที่จะต้องนำนโยบายมาปฏิบัติ คือหน่วยงานกระทรวงพลังงาน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่กำกับดูแล  ,รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ  ไปจนถึงตัวนายกรัฐมนตรี ยังพอที่จะมีความหวังว่าการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานภายใต้รัฐบาลชุดนี้  จะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ยังมีปัญหาให้สัมฤทธิ์ผล ภายในระยะเวลา 1ปีข้างหน้านี้     อย่างไรก็ตามกระแสคัดค้านของเครือข่ายภาคประชาชน ที่จับกลุ่มกันเล่นหลายบทบาท โดยรวมเอาคนที่ขับเคลื่อนในเชิงการเมืองทั้งในฝั่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดิม และกปปส. ในนามสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ที่มีแกนนำสำคัญอย่างคุณรสนา โตสิตระกูล,บรรจง นะแส รวมอยู่ด้วย  และมีเป้าหมายสำคัญที่จะให้ชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21 รวมไปหนึ่งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน  ทำตัวเป็นเหมือนจระเข้ขวางคลอง ของรัฐบาล ที่หากไม่สามารถทำความเข้าใจให้ถอยออกได้ ก็คงจะต้องใช้ประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้าใจเรื่องวิกฤติพลังงานเป็นเกราะกำบังวิธีแล้วเดินข้ามไป จึงจะสำเร็จ

การอธิบายความเรื่องพลังงาน ให้ประชาชนทั่วไปได้เกิดความเข้าใจในบริบทที่เกิดขึ้นทั้งหมดของ พลเอกประยุทธ์ ในรายการคืนความสุขฯ จึงมีความสำคัญที่จะฝ่าด่านกลุ่มของคุณรสนา เพื่อแก้ไขวิกฤติพลังงานของประเทศ  ลองอ่านสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ พูดในรายการข้างล่างนี้ดู

"การบริหารงานด้านพลังงาน มีอยู่หลายประเด็นที่ยังเข้าใจไม่ตรงกันครับ ผมขอเรียนว่า อยากให้ได้ข้อสรุปเสียทีว่าเราจะทำยังไง จะเดินหน้าไปอย่างไร เพราะรัฐบาลมีความรับผิดชอบจะต้องไม่ให้เกิดวิกฤติพลังงานในอนาคต ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาต้องคิดแบบนี้ รัฐบาลผมก็คิดแบบนี้ ว่าทำอย่างไรเราจะมีความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งมีอยู่หลายลักษณะด้วยกัน"

ในเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าประเทศที่ไม่มีน้ำมัน แล้วทำไม่มีความมั่นคงด้านพลังงาน เขามีวิธีการอื่นไง เขามีเศรษฐกิจที่ดี มีเงินเยอะ ประชากรมีรายได้สูงเขาก็ไปซื้อได้ จะแพงเท่าไร เขาก็ซื่อได้ รัฐก็ดูแลน้อย แต่บ้านเราไม่ใช่แบบนั้นนะ ถ้าเศรษฐกิจดี คนดีแล้ว โอเค. ทำได้ แต่ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่เราเป็นเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่นะ คนมีรายได้น้อยเยอะ ปัญหาการบริหารจัดการและการกำหนดนโยบายที่จะต้องไม่ขาดความต่อเนื่อง

ต้องมีความชัดเจน ในเรื่องของการลงทุนเพื่อจะหาแหล่งพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นให้คนมาลงทุน ไม่ใช่เราก็ไม่มีเสถียรภาพ เขาก็ไม่มั่นใจในการลงทุน แล้วเราจะทำยังไงต่อไปในวันหน้านะครับ ตราบใดที่รายได้ต่อหัว รายได้ GDP ของเราก็ยังต่ำอยู่ ขณะนี้ ไม่ได้สูงเท่าเทียมกับประเทศที่มีการกล่าวอ้างว่าเขาไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนเลยด้านพลังงาน คนละเรื่องกัน

สำหรับการบริโภคในประเทศ ขาดช่วงมา 7 ปี เนื่องจากความไม่มีเสถียรภาพด้านการเมืองและปัญหาความไม่สมดุล เรื่องสัดส่วนการผลิตและการนำเข้าพลังงานของประเทศ ซึ่งเราต้องนำเข้าพลังงาน มากกว่าที่เราผลิตได้เองโดยมูลค่าการนำเข้าพลังงานทุกประเภทมากกว่า 1.4 ล้านล้านบาท/ปี คิดดูเอาแล้วกัน งบประมาณเรามีเท่าไร 2.75 ล้านล้านบาท แต่ละปีนำเข้ามา 1.4 ล้านล้าน นี่ เท่าไร เกือบครึ่งนะ ของงบประมาณประเทศ แล้วมันสูญเสียไป ก็ต้องระมัดระวังนะ เทียบกับข้าว เงินจำนวนนี้ เท่ากับเราต้องขายข้าวไป 16 ปี ถึงจะได้เงินแลกกับเชื้อเพลิงที่เราซื้อมาทุกปี ก็สนับสนุนให้ทุกคนประหยัด ประหยัดพลังงาน ถ้าถูกมากก็ใช้กันมาก นี่ขนาดบ่นกันว่าแพง ก็ยังใช้กันเยอะเลย คราวนี้ก็ต้องไปดูเรื่องระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ดี ต้องไปดูเรื่องการขนส่งมวลชน ขสมก. รถไฟฟ้า คือมันพันกันไปหมด รัฐบาลก็มองในภาพกว้างทั้งหมด ก็ต้องแก้ ๆๆๆ สรุปคือแก้ทุกวัน จะเสร็จใน 5 วัน 10 วัน หรือเดือน สองเดือน ไม่ได้ ก็ต้องมีระยะสั้น ระยะยาว ก็ต้องให้เวลาในการแก้ เพราะไม่ได้ทำมาที่ผ่านมากี่ปีมาแล้ว ไม่ได้ทำให้ชัดเจน การลงทุนก็เกิดขึ้นไม่ได้ รายได้รัฐก็ไม่มี แล้วทุกคนก็ต้องการบริการสาธารณะที่ดีกว่าเดิม ไปไม่ได้หรอกครับต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจซึ่งกัน และกันก่อน แล้วสร้างความมีเสถียรภาพ สร้างความน่าอยู่น่าลงทุนให้กับประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ผลิตคนให้มารองรับจุดที่ตลาดต้องการแรงงาน ทำนองนี้ ก็ได้สั่งการไปหมดแล้ว ทุกกระทรวงก็รับไป นโยบาย

วันนี้ที่บอกว่าเอาน้ำมันเข้ามาน้ำมันดิบ 85 %, ถ่านหิน/ลิกไนต์ 70 %, ก๊าซธรรมชาติ 20 %, น้ำมันสำเร็จรูป 10 % และไฟฟ้า 4%ครับ ไฟฟ้านี่คือซื้อไฟฟ้าเขาเข้ามา จะเห็นได้ว่าตัวเลขเหล่านี้ คือตัวเลขของสัดส่วนการนำเข้าพลังงาน แต่อาจจะบอกว่า ก๊าซ 20% แต่ 20% นั้นเอาไปใช้อะไรบ้างแล้วที่เอาไปใช้นี่ ถูกที่ อาจจะไม่จำเป็น หรือราคาบิดเบือน ก็ทำให้ใช้มากขึ้น เอาไปเผาสร้างพลังงานไฟฟ้าบ้าง ต้องปรับเปลี่ยนทั้งหมด สัดส่วนการใช้พลังงาน โรงไฟฟ้าจะต้องมี ก๊าซ มีลม มีแสงแดด ตอนนี้ทำแผนพลังงานใหม่หมด ก็ต้องช่วยกันนะครับ

ปริมาณก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าปัจจุบันเราเคยผลิตได้เอง 80% นำเข้าอีก 20% แต่อีก 8 ปีข้างหน้า หากเราไม่มีการลงทุน ผมไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีอะไรเลย เดี๋ยวก็ขุดหา สำรวจ เดี๋ยวก็เจอ ถ้าเราไม่มีการลงทุนล่วงหน้าไม่ทันการณ์ ถึงแม้ว่าจะมีบางบ่อ บางแหล่งยังอยู่แต่ก็น้อยลง น้อยลง แล้วในระหว่างที่การลงทุนใหม่ยังไม่เกิด แล้วถ้ามันหมด แล้วจะยังไง มันไม่ได้หมดพร้อมกันอยู่แล้ว มี 2 กลุ่ม ถ้ากลุ่มหนึ่งหมดก่อน ก็หาทางสำรวจให้ได้ กลุ่มที่ 2 กำลังใกล้จะหมด อีกไม่กี่ปี แต่ต้องดูว่าทั้งหมดนี่ จะหมดทั้งประเทศไทยเมื่อไร ไปหาข้อมูลให้ชัดเจนกันมานะครับไม่งั้นเราก็จะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ 100%

ถ้า 100% เข้ามาราคาก็สูงมากกว่านี้อีก ก็มีผลกระทบไปถึงการประกอบการ ไฟฟ้า ประปา เพราะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น ใช้แก๊สตอนนี้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้า จากโรงงานใช้แก๊ส สร้างพลังงานไปหมุนมอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์อะไรนี่แหละ ก็ต้องเปลี่ยนจากก๊าซ มาเป็นถ่านหินได้ไหม?  ถ่านหินก็บอกว่ามีอันตราย ก็ไปหาว่าถ่านหินไหนไม่มีอันตราย หรือโรงงาน เครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือมีตรงไหนที่ทำให้ลดอันตรายไปได้ ถ้าอะไรก็ไม่ได้เลยสักอย่างแล้วผมถามว่าจะเอาพลังงาน มาจากไหน เอาไฟฟ้ามาจากไหน ผมไม่รู้เหมือนกันนะ ก็ช่วยไปคิดกันมาด้วยนะครับ

ในการสำรวจพบปิโตรเลียมนั้น ตามข้อมูลพื้นฐานก็พอมีอยู่นะครับ พอทราบได้จากดาวเทียม จากเครื่องมือสำรวจบ้าง แต่เจาะไปจะลึกขนาดไหน ไม่รู้ จะเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องเสี่ยงกันเอาเอง ภาคเอกชนก็ต้องเสี่ยง รัฐก็ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมว่าจะเสี่ยงด้วยหรือเปล่าผลประโยชน์จะพอเพียงกันไหม ก็ไปว่ากันมา วันนี้ต้องเห็นใจว่า รัฐบาลต้องเดินหน้าเรื่องนี้ควบคู่ไปด้วยนะครับ กระทรวงพลังงานเขาก็ต้องรับผิดชอบ วันหน้าพอไม่มีแก๊ส ก็จะโทษกลับมาที่นี่อีก ถ้ามันเกิดขึ้นไม่ได้ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันนะครับ ใครที่ไม่เหนด้วยก็ลงชื่อกันไว้แล้วกันว่าไม่เห็นด้วย ถ้ามันเกิดขึ้นไม่ได้นะ วันหน้าอีก 10 ปี 8 ปีถ้าเกิดปัญหาท่านต้องมารับผิดชอบด้วย

ในการสำรวจ จนถึงผลิตใช้ ต้องการเวลาประมาณ 10 ปี เพราะต้องเตรียมเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ ถึงแม้จะเป็นบริษัทเดิม ก็ต้องมีค่าขนย้ายเครื่องไม่เครื่องมือ หรือต้องหาเครื่องมือใหม่มา เดิมเจาะไม่เจอ ก็ต้องเจาะลึกกว่าเดิม เปลี่ยนวิธีการใหม่ อะไรใหม่ ก็ต้องลงทุนใหม่ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์กับใครทั้งสิ้น ก็ไปดูซิครับ ใครมีส่วนได้ก็เข้ามาทุกบริษัท ท่านจะเอาใครมาแข่งกับบริษัทที่ทำอยู่แล้วเดิม ก็ต้องไปหามา ไปช่วยกันเรียกมา ไม่ใช่ไปผลักเขาออกไปหมด แล้วก็บอกว่าเหลือแต่บริษัทเหล่านี้มาทำ ไม่ใช่ รัฐบาลเปิดฟรีทั้งหมด เพราะงั้นต้องรีบดำเนินการสำรวจนะครับ ขอให้ทำความเข้าใจให้ดี ให้ได้แล้วกัน ก่อนที่ประเทศจะประสบวิกฤติพลังงานนะครับ

**เรื่องของพลังงาน เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน เข้าใจยากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน  อ่านทวนดูหลายๆรอบและเปิดใจรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน จะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นวิกฤติพลังงานในอนาคต -Energy24hours

 

Comment : เมื่อพลเอกประยุทธ์เข้าใจวิกฤติพลังงานของประเทศแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายก็ดูง่ายขึ้น