พลังงานอุบเงียบเสนอ กพช.เพิ่มรับซื้อโซลาร์ฟาร์ม800เมกะวัตต์

10/11/2014 | 2466 | Tags : โซลาร์ฟาร์ม พพ.

กระทรวงพลังงานอุบเงียบเสนอ กพช.เพิ่มรับซื้อโซลาร์ฟาร์ม800เมกะวัตต์


        แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะกรรมนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา มีมติสำคัญที่ไม่ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน คือการอนุมัติให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินหรือโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมอีก 800 เมกะวัตต์  จากมติกพช.เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2557 (ช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ) ที่ได้เห็นชอบ ให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าในส่วนที่ยังเหลือค้างอยู่ ประมาณ 576 เมกะวัตต์ ให้เต็มตามเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed in Tariff (FiT) ที่ 5.66 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี และให้มีกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2558

        ทั้งนี้การเสนอขออนุมัติจาก กพช.ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)อ้างว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการที่ค้างการพิจารณาตอบรับการซื้อไฟฟ้าอยู่ทั้งหมด 1,054 เมกะวัตต์ หากพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้าเพียง 576 เมกะวัตต์ จะทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆเสียโอกาส และไม่เป็นธรรมกับผู้สนใจที่จะลงทุน  จึงส่งผลให้การรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม  ขยายเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก2,000เมกะวัตต์ เป็น 2,800 เมกะวัตต์  ซึ่งหากรวมกับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาและอาคารจำนวน 200 เมกะวัตต์ และจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งในพื้นที่ชุมชน 800 เมกะวัตต์ ที่ภายหลังมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการติดตั้งให้กับหน่วยราชการและสหกรณ์การเกษตรอีก 800เมกะวัตต์   ก็จะทำให้รัฐต้องรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์สูงถึง 3,800 เมกะวัตต์  ที่จะมีผลต่อค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าเอฟที ที่จัดเก็บกับประชาชน    

            แหล่งข่าว กล่าวว่า  การขออนุมัติให้ขยายเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม ล็อตใหม่  ที่ไม่ได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส เพราะ พพ.เป็นผู้ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียวและนำเสนอต่อกพช. โดยที่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักนโยบายและแผนพลังงาน ไม่ได้รับทราบเรื่องล่วงหน้ามาก่อน  ในขณะที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ก็ยังไม่ได้รู้ที่มาที่ไปในเรื่องนี้มากนัก จึงยังไม่เข้าใจว่า การขยายเป้าหมายดังกล่าวเป็นการเปิดช่องให้มีการวิ่งเต้นเพื่อซื้อขายใบอนุญาต ที่ในวงการผู้ประกอบการ ระบุว่า ตัวเลขเริ่มต้นอยู่ที่เมกะวัตต์ละ 2ล้านบาท สำหรับล็อตใหม่ 800 เมกะวัตต์  

        การเปิดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม รวม 2,800 เมกะวัตต์ ทั้งจากเป็นการขัดกับมติครม.เดิม ที่มีการส่งเสริมไว้เพียง2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะต้องมีการ แก้ไขเปลี่ยนแปลงมติครม.เดิมให้สอดคล้องกับ กำลังผลิตที่อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาในภายหลัง  

          แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า  ในมติ ของกพช. เมื่อวันที่ 15สิงหาคม ซึ่งมอบหมายให้มอบให้ พพ.ไปพิจารณาและเจรจากับผู้ที่ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอขายไฟฟ้าไว้เดิม ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งมีคำขอค้างการพิจารณาอยู่จำนวน 1,054 เมกะวัตต์ เพื่อเจรจารับซื้อไฟฟ้าในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 576 เมกะวัตต์ แบบ FiT ในอัตรา 5.66 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี ทั้งนี้  โดยให้อยู่ในสถานที่ตั้งตามข้อเสนอเดิม และต้องมีการกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2558  และระบุด้วยว่า หากผลการเจรจากับผู้ยื่นข้อเสนอโครงการเดิมดังกล่าว ไม่สามารถตกลงกันได้และมิได้มีการอนุมัติให้ตอบรับซื้อไฟฟ้าภายในสิ้นปี 2557 ให้ถือเป็นการยุติข้อเสนอโครงการนั้น    ในการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมกพช. เมื่อวันที่22 ต.ค. ที่ผ่านมา  พพ.ยังเสนอแก้ไขมติกพช.เดิม ให้ย้ายสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้า และ ย้ายสถานีที่ต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ด้วย  จึงเป็นการสร้างความวุ่นวายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าที่จะต้องไปแย่งการใช้สายส่ง ขณะเดียวกันทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็ไม่สามารถที่จะไปก่อสร้างสายส่งรองรับให้ได้ เพราะไม่ได้มีการวางแผนไว้

        สำหรับนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นั้น ทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบให้มีการส่งเสริมมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายไว้ 500 เมกะวัตต์  เพิ่มเป็น 2,000 เมกะวัตต์ ในปี 2556 โดยให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 กพช. มีมติลดอัตรา Adder ลงเหลือ 6.50 บาทต่อหน่วย พร้อมให้หยุดรับคำร้องขอขายไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินจนถึงมาถึง มติกพช.เมื่อวันที่ 15สิงหาคม 2557 จึงมีการเปลี่ยนแปลงมติ และล่าสุด เมื่อวันที่22ต.ค. ที่ผ่านมาก็มีการเปลี่ยนแปลงมติ กพช.อีกครั้ง

        ทั้งนี้ สถานภาพการรับซื้อไฟฟ้า ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2557 (ข้อมูลจาก กกพ.) มีโครงการที่มีข้อเสนอผูกพันกับภาครัฐรวม 1,424 เมกะวัตต์ แยกเป็นขายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 1,083 เมกะวัตต์ มีสัญญาขายไฟแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ 337 เมกะวัตต์ และรอเซ็นสัญญา (PPA) 4 เมกะวัตต์ โดยยังมีโครงการอีก 1,054 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ยื่นเสนอขอขายไฟฟ้าไว้แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า

        แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่ได้รับadderในอัตรา 8บาทต่อหน่วยนั้นเป็นที่สนใจของนักลงทุนจำนวนมาก และเปิดช่องให้มีการวิ่งเต้นซื้อขายใบอนุญาตจากผู้ที่ไม่ต้องการจะลงทุนจริงแต่ถือใบอนุญาตอยู่ จนทำให้ราคาใบอนุญาตถูกปั่นขึ้นไปสูงกว่า 10ล้านบาทต่อเมกะวัตต์  ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการ ที่ได้รับadder ในอัตรา 6.50บาท ที่มีจำนวนเหลืออยู่ 1,054 เมกะวัตต์ ส่วนหนึ่งก็พยายามที่จะวิ่งเต้นเพื่อที่จะให้รัฐบาล ขยายเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มเพิ่ม แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในช่วงนั้น คือนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ไม่มีการเพิ่มเป้าหมายดังกล่าว  จนเมื่อมาเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็น คสช. และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่ มีการเพิ่มเป้าหมายเพื่อให้โครงการที่ยังค้างอยู่ 1,054 เมกะวัตต์  เข้าระบบได้ทั้งหมด โดยได้รับการส่งเสริมในรูปFiTที่ 5.66บาทต่อหน่วย ซึ่งก่อนที่จะมีการขยายเป้าหมาย ก็มีกลุ่มนักธุรกิจที่รู้ข้อมูลวงใน ไปติดต่อขอซื้อ โครงการจากผู้ประกอบการรายเดิมไปล่วงหน้าส่วนหนึ่งแล้ว  ทำให้วงการโซลาร์ฟาร์ม กลับมาคึกคักอีกครั้งในการปั่นราคาเพื่อขาย ใบอนุญาต

 -------------------

Comment : พลังงานอุบเงียบเสนอ กพช.เพิ่มรับซื้อโซลาร์ฟาร์ม800เมกะวัตต์