"ศิริ"สั่ง กฟผ.ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้


"ศิริ"สั่ง กฟผ.ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้


 

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังง กล่าวว่า ตามที่ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ที่ในปัจจุบันยังจำเป็นต้องส่งไฟฟ้าจากส่วนกลาง ผ่านสายส่งระยะทางกว่า 600 ก.ม. ในอัตราสูงถึง 17% (460MW) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นระยะเวลานานได้ โดยที่ กฟผ. ได้เริ่มโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่และเทพา ตามกำหนดการในแผน PDP2015 นั้น

กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนงานดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าให้เป็นปัจจุบันแทนแผน PDP2015 และได้ผลสรุปเบื้องต้นว่า สำหรับช่วงเวลา 5 ปี ข้างหน้า ยังจะสามารถรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ได้ ด้วยการดำเนินการดังนี้

1.เพิ่มจำนวนและขนาดของสายส่งแรงดันสูง (high voltage transmission line) เชื่อมโรงไฟฟ้าหลักที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ขนอมและจะนะ) ตรงสู่เมืองที่มีการใช้ไฟฟ้ามากในบริเวณฝั่งอันดามัน และเชื่อมกับสายส่งหลักจากภาคกลางที่สถานีจังหวัดสุราษฎร์ธานี

2. พัฒนาระบบสายส่งและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอกับความต้องการในพื้นที่

เมื่อมีแผนดำเนินการดังกล่าวอย่างชัดเจนแล้ว ก็จะสามารถมีเวลาเพิ่มขึ้นในการศึกษาและตัดสินใจในการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองโครงการอีกประมาณ 3 ปี โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จะใช้เวลาดังกล่าวดำเนินการศึกษา EHIA ให้แล้วเสร็จ และสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จะเป็นการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ปัจจุบันและทางเลือกพื้นที่อื่นควบคู่ไปด้วย

ดร.ศิริ  กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นต้นมา กระทรวงพลังงาน ได้มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคำนวณราคาอ้างอิง LPG โดยเปลี่ยนจากการใช้ราคา CP (รายเดือน)ที่ประกาศโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นราคาตลาดในภูมิภาคอาเซียน (Cargo) (รายสัปดาห์)ส่งผลให้ราคา LPG ในประเทศปรับเปลี่ยนสะท้อนต้นทุนตลาดที่แท้จริง

โดยในปัจจุบันราคา LPG ในตลาดอาเซียนอยู่ที่ 505 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคา CP ในเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ 580 เหรียญสหรัฐต่อตัน และขณะเดียวกันอัตราค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นจาก 33.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 เป็น 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในเดือนมกราคม 2561 ส่งผลให้ราคาขายปลีก LPG ลดลง จาก 21.15 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเดือนพฤศจิกายน เหลือเพียง 19.82 บาทต่อกิโลกรัม ในปัจจุบัน

ดังนั้น ในสถานการณ์ราคา LPG ในตลาดสากลที่ได้ลดลงมากอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 จึงได้มีมติลดอัตราเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน จาก 6.3525 บาทต่อกิโลกรัม ลงมาอยู่ที่ 4.7880 บาทต่อกิโลกรัมเพื่อช่วยยืดอายุของกองทุนน้ำมันให้สามารถรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีก LPG ไปถึงช่วงปลายปี 2561โดยราคาขายปลีก LPGยังจะมีราคาคงเดิมที่ 19.82 บาทต่อกิโลกรัม

Comment : "ศิริ"สั่ง กฟผ.ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ