พพ.ลงพื้นที่ติดตาม 2 โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในจังหวัดบุรีรัมย์


พพ.ลงพื้นที่ติดตาม 2 โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในจังหวัดบุรีรัมย์


 

นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (21 มิ.ย.) ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ พพ.และสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและเยี่ยมชม "โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชีวมวล" ของกลุ่มบริษัทน้ำตาลบุรีรัมย์ ที่ได้รับรางวัลดีเด่นด้านพลังงานทดแทน ประเภทโคเจนเนอเรชั่น (Cogeneration) จากการประกวด Thailand Energy Awards ปี 2017 และ 2018 จำนวน 2 โรงที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน คือ โรงไฟฟ้า บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด หรือ BEC และโรงไฟฟ้า บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด หรือ BPC ซึ่งมีผลงานดีเด่นจนได้รับคัดเลือกส่งเข้าร่วมการประกวดอาเซียน รีนิวเอเบิล เอนเนอร์ยี่ โปรเจค คอมเพทติชั่น (ASEAN Renewable Energy Project Competition) ทั้งสองแห่ง โดย BEC เข้าร่วมประกวดและคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทโคเจนเนอเรชั่นในปี 2017 ส่วน BPC เข้าร่วมประกวด ปี 2018 (ปีนี้) ซึ่งจะตัดสินการประกวดและมอบรางวัลในเดือนตุลาคม ที่ประเทศสิงคโปร์

ปัจจุบัน บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) มีกำลังการผลิต 22,000 ตันอ้อยต่อวันหรือคิดเป็นปริมาณอ้อยรวมมากกว่า 2 ล้านตัน มีกากอ้อยจากกระบวนการผลิตน้ำตาลปีละ 750,000 ตัน จึงใช้เงินลงทุนรวมมากกว่า 1,000 ล้านบาท จัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชีวมวลขึ้น 2 แห่ง เพื่อนำกากอ้อยดังกล่าวมาผลิตไอน้ำและไฟฟ้าใช้เป็นพลังงาน โดยโรงไฟฟ้า บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด ที่ได้รางวัลในปีนี้ (Thailand Energy Awards 2018) มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.8 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 100 ตัน/ชั่วโมง จำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ 8 เมกะวัตต์ให้ กฟภ. ภายใต้สัญญาผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ตามมาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Feed-in Tariff หรือ FiT) และส่งไฟฟ้าและไอน้ำบางส่วนกลับไปให้โรงงานน้ำตาลใช้ในกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ทางคณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชม "โครงการผลิตพลังงานหมุนเวียนจากน้ำกากส่า"     ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด สาขาจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจรับบำบัดน้ำเสียให้กับโรงงานผลิตสุรา บริษัท อธิมาตร จำกัด ซึ่งใช้เทคโนโลยีระบบบำบัดน้ำเสียแบบปิดที่สามารถผลิตก๊าซชีวภาพนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำทดแทนน้ำมันเตาได้ 95-100% ส่วนก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มากเกินความต้องการจะนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่บริษัท

 

Comment : พพ.ลงพื้นที่ติดตาม 2 โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในจังหวัดบุรีรัมย์
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ