พลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำบ้านห้วยจิโนกับ "โครงการป่าแลกข้าว"

25/02/2019 | 58 | Tags : Articles cate_sub_1_1

ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ลงมา 190 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของดินแดนในม่านหมอกที่งดงามยามเช้า ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อน "อมก๋อย" หรือ "อำกอย" ในภาษาละว้า แปลว่า ต้นน้ำหรือขุนน้ำ อำเภอเล็กๆที่อยู่ใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำแม่ตื่นที่ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำปิง แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และจังหวัดอื่นๆในภาคกลาง มาช้านาน

          รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นไปตามทางบนถนนลูกรังคดเคี้ยว ที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าถนนที่เรากำลังเดินทางอยู่นี้ หากเป็นฤดูฝนจะยากลำบากเพียงใด วันนี้เรากำลังเดินทางสู่ "บ้านห้วยจิโน" หมู่บ้านของชาวโปว์หรือชาวกระเหรี่ยง ซึ่งห่างไกลออกจากอำเภอเมืองอมก๋อยโดยประมาณ 30 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางแต่งแต้มด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และนาขั้นบันไดของชาวเขา สลับกับเขาหัวโล้นสร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็น วันนี้เราได้ประจักษ์กับคำว่า "ไร่หมุนเวียน" เป็นอย่างไร ป่าไม้บนเขาทั้งลูกถูกตัดเหลือเพียงตอ ชาวเขาตัดไม้เพื่อปลูกข้าวเลี้ยงชีวิต ภายหลังการเก็บเกี่ยวแล้วพวกเขาจะย้ายที่ทำกินไปยังที่แห่งใหม่เพื่อเพาะปลูกข้าวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งครบ 7 ปีจึงหมุนเวียนกลับมาปลูกยังที่แห่งเดิมอีกครั้ง

         เราใช้ระยะเวลาเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง จึงเดินทางถึงที่หมาย "บ้านห้วยจิโน" หมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาชุมชนต้นน้ำของเขื่อนภูมิพล ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นมาก่อน ภายหลังการกวาดล้างของทางราชการ ผู้คนที่นี่จึงดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่าย ประกอบอาชีพรับจ้าง หาของป่าเลี้ยงชีพ และปลูกข้าวดอยแบบนาขั้นบันได ซึ่งเป็นที่มาของ "โครงการป่าแลกข้าว"

         จุดเริ่มต้นของ "โครงการป่าแลกข้าว" เกิดจากปัญหาประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ความต้องการ ใช้น้ำทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น แต่แหล่งต้นน้ำกลับถูกบุกรุกทำลายจนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำทั้งคนต้นน้ำและคนปลายน้ำ ช่วงน้ำหลากเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน ขณะที่ในช่วงน้ำแล้งเกษตรกรท้ายน้ำตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมาถึงชัยนาท ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าวที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก จนทำให้บางปีไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เขื่อนภูมิพลในฐานะหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปิง จึงจัดการประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำให้กับกลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อมารับทราบข้อมูล และหาแนวทางการแก้ปัญหาการจัดการน้ำร่วมกัน

          ‘ประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำ’ จัดขึ้นครั้งแรก ในปี 2544 แรกเริ่มนั้นผู้ใช้น้ำแต่ละกลุ่มมีความขัดแย้งกันจนไม่สามารถหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาได้ ต่อมาในปี 2549 จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานใหม่เป็น "เวทีผู้ใช้น้ำ" ซึ่งเปิดโอกาสให้ชุมชนคนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จากความขัดแย้งในวันนั้นก่อให้เกิดจากความเข้าอกเข้าใจถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในวันนี้ คนปลายน้ำได้เข้าใจ จากการได้มาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนต้นน้ำที่ขาดแคลนทั้งอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และพื้นที่ทำกิน จึงเกิด"โครงการป่าแลกข้าว" ขึ้นในปี 2556 เป็นธารน้ำใจจากคนปลายน้ำที่ร่วมมือร่วมใจกันรวบรวมนำเอาข้าวสาร ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงเงินผ้าป่า มามอบให้คนต้นน้ำที่อำเภออมก๋อยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดทำนาขั้นบันได สร้างแหล่งทำกินให้กับชาวเขาแก้ไขปัญหาการทำไร่หมุนเวียนอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า ป่าต้นน้ำก็กลับมามีชีวิต ส่งผลให้คนปลายน้ำได้มีน้ำเพื่อใช้ในเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งต่อไป

         รถกระบะขับอ้อมไปท้ายหมู่บ้าน เราเดินเท้าผ่านเส้นทางที่ลาดชันลงไป เพื่อชมนาขั้นบันไดของชาวบ้าน สาวชาวเขาแต่งตัวสวยงามตามแบบฉบับชาวโปว์สวมรองเท้าบูทยาง เดินอย่างทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว ส่งยิ้มหวานทักทายพวกเราอย่างมีมิตรไมตรีแล้วจับประคองพาเราลงไปด้านล่าง ไม่นานก็ถึงที่หมาย รวงข้าวสีทองพลิ้วไหวโอนอ่อนตามแรงลมรอการเก็บเกี่ยว คุณบุญเย็น ใจตา นายกเทศบาลเมือง อมก๋อย และ คุณวันชัย ประกัตฐโกมล คณะกรรมการคนรักษ์ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เขื่อนภูมิพล มารอพวกเราอยู่ก่อนหน้าแล้ว

         นายก ฯ บุญเย็น ใจตา เล่าให้พวกเราฟังว่า "เดิมก่อนเกิดโครงการนี้ คนที่ต้นน้ำเขาไม่มีอาชีพ ปลูกพริกปลูกมะเขืออะไรก็ไม่ได้ เพราะฤดูแล้งไม่มีน้ำ รายได้หลักของเขาจึงออกจากบ้านไปรับจ้างในอำเภอ อมก๋อย หรืออำเภออื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ ในหนึ่งปีไปรับจ้างสองสามเดือนจึงกลับมา ส่วนที่ไม่ได้ออกไปนอกพื้นที่ก็จะไปหาของป่า ประทังชีวิต ช่วงฤดูฝนก็จะมีของป่าจำพวก บุก เห็ด หน่อไม้ ช่วงเดือนห้าก็จะเป็นพวกรังต่อ หรือน้ำผึ้ง ตามแต่ฤดูกาล ชาวบ้านที่นี่อยู่แบบพอเพียงไม่ฟุ่มเฟือย เหมือนคนเมืองแบบเรา"


         "พี่น้องชาวเขาที่เข้าร่วมป่าแลกข้าวที่นี่ ปลูกข้าวพันธุ์กระเหรี่ยงเป็นพันธุ์พื้นเมืองของเขา เพื่อเอาไว้กินเอง แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ขาดพื้นที่ทำกิน ด้วยสภาพแวดล้อมเป็นภูเขาสูง จึงสามารถปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น ในวันนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ข้าวที่ปลูกแม้จะยังไม่พอกิน แต่ป่าแลกข้าวนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่น้องชาวเขามีข้าวกิน ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าว และทำให้ป่าต้นน้ำฟื้นตัวมากขึ้น จากเดิมที่ทำไร่ตัดป่าทุกปี การทำนาขั้นบันไดทำให้ชาวบ้านมีที่ทำกินไม่ต้องเลื่อนลอยไปตัดไม้ที่อื่น" นายกบุญตา ใจเย็น กล่าวก่อนจะเล่าย้อนอดีตต่อไปอีกว่า ท่านเป็นคนอมก๋อยแต่กำเนิด ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก อมก๋อย อุดมสมบูรณ์มีแม่น้ำ 2 สายไหลผ่าน คือ แม่น้ำแม่ตื่น และแม่น้ำแม่ต๋อม ตอนนั้นแม่น้ำตื่นมีก้อนหินเต็มไปหมดในลำห้วย แม่น้ำแม่ต๋อมเป็นทรายแต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ตอนนี้แม่น้ำแม่ตื่นมีน้ำไหลตลอดปี ส่วนแม่น้ำแม่ต๋อมน้ำหายไปกลับมีทรายเข้ามาแทน เพราะต้นน้ำถูกทำลาย จำนวนของประชากรที่มากขึ้น ขณะที่ป่าลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ในวันนี้เราจึงต้องปลูกฝังให้ชาวบ้าน รัก เข้าใจ และให้หันกลับมาดูแลรักษาป่า เพราะมีป่ามีน้ำจึงมีชีวิต การรักษาป่านั้นเท่ากับเรารักษาตัวเราเองด้วย นอกจากการปลูกนาขั้นบันไดแล้ว ท่านยังได้สนับสนุนชาวเขาให้ปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

         "เราต้องหาป่ามาเติมน้ำ เพราะป่าเป็นต้นกำเนิดน้ำ คนกับป่าต้องอยู่ด้วยกันได้ ถ้ามีป่าแล้วชาวบ้านอยู่ไม่ได้ก็ไม่ดี ในปัจจุบันผืนป่าจำนวนมากถูกทำลาย เสื่อมโทรม การทำนาขั้นบันไดเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการทำไร่หมุนเวียน และลดปัญหาการพังทลายของดิน ทำให้คนมีกินและให้ป่าสมบูรณ์ ป่าอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน โครงการป่าแลกข้าว มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนคนเข้าร่วมโครงการมากขึ้นปีละ 100 ราย เราจะชักชวนเขามาทำนาขั้นบันได และจะถ่ายทอดพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นตัวอย่างแก่หมู่บ้านอื่นๆ ในภาคเหนือต่อไปด้วย" คุณวันชัย ประกัตฐโกมล คณะกรรมการคนรักษ์ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เขื่อนภูมิพล กล่าว

          กว่า 17 ปี ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนภูมิพล ได้ใส่ใจดูแลและผลักดันให้เกิด "เวทีผู้ใช้น้ำ" ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในลุ่มน้ำแม่ปิงจากพื้นที่ต้นน้ำสู่พื้นที่ปลายน้ำ ด้วยความเข้าใจเสมือนเพื่อนบ้าน เป็นชุมชนคนบ้านเดียวกันที่จะเดินเคียงข้างไปด้วยกัน ความร่วมมือร่วมใจของผู้ใช้น้ำที่ก่อให้เกิด "โครงการป่าแลกข้าว" ในวันนี้ คือ หนึ่งในความภาคภูมิใจของ กฟผ. ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผืนป่าพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อให้ชุมชนคนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีน้ำกินน้ำใช้อย่างรู้คุณค่า และพอเพียงต่อไป โดยในปีนี้โครงการป่าแลกข้าว ครั้งที่ 7/2562 ได้มีกำหนดจัดขึ้น ณ วัดแสนทอง อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 29 มีนาคม 2562 ที่กำลังจะถึงนี้

          ในวันนี้ กฟผ. ไม่เพียงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ แต่ยังมีปณิธานที่แน่วแน่ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป



ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

Comment : พลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำบ้านห้วยจิโนกับ "โครงการป่าแลกข้าว"