สนพ.คาดราคาน้ำมันทรงตัว40เหรียญถึงกลางปี58

23/01/2015 | 1269 | Tags : สนพ

สนพ.คาดราคาน้ำมันทรงตัว40เหรียญถึงกลางปี58

   

       นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้ประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกถึงกลางปี 2558 โดยคาดว่าจะทรงตัวระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากปัจจุบันที่ราคาน้ำมันดูไบอยู่ที่ 47 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันโลกยังสูงกว่าความต้องการใช้ ประกอบกับสหรัฐฯผลิตน้ำมันชั้นหินดินดาน(ออยล์ เชลล์) ออกสู่ตลาดจำนวนมาก เป็นผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวระดับต่ำต่อเนื่อง 

            อย่างไรก็ตามในส่วนของราคาน้ำมันดีเซลในประเทศนั้น พบว่าหากราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 40 เหรียญสหรัฐฯ จะทำให้ราคาดีเซลอยู่ที่ 25 บาทต่อลิตร โดยขณะนี้ราคาดีเซลในประเทศอยู่ที่ 25.49 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ต่ำสุดแล้ว แต่ยังมีโอกาสที่ดีเซลจะแตะระดับต่ำสุดที่ 25 บาทต่อลิตรได้ เนื่องจากมีการลดสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (บี100) จากที่ผสมอยู่7% เหลือ 3.5% ของน้ำมันดีเซลทุกลิตร และจะส่งผลให้ราคาดีเซลต่ำลงได้ 60 สตางค์ต่อลิตร 

            สำหรับปัจจุบันค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทุกชนิดสูงถึง 2.30 บาทต่อลิตร จากที่ควรได้ 1.50 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ดังนั้น สนพ. กำลังพิจารณาที่จะให้ค่ายน้ำมันปรับลดราคาหน้าปั๊มลง เพื่อให้ค่าการตลาดอยู่ระดับที่เหมาะสมต่อไป 

            ส่วนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น กระทรวงพลังงานกำลังอยู่ระหว่างเตรียมปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต โดยโยกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปเป็นภาษีดีเซล ซึ่งจะไม่ทำให้ราคาหน้าปั๊มเปลี่ยนแปลง โดยเห็นว่าภาษีน้ำมันแต่ละชนิดควรเท่าเทียมกัน ปัจจุบันภาษีเบนซินโซฮอล์ถูกเก็บอยู่ประมาณ 5 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลเก็บอยู่ 3.25 บาทต่อลิตร ดังนั้นอัตราภาษีดีเซลควรต้องปรับขึ้นให้อยู่ระดับ 4-5 บาทต่อลิตร    

            นายชวลิต กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานเตรียมออกหลักเกณฑ์เปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง( ฟีทอินทารีฟ บิดดิ้ง) โดยคาดว่าจะเปิดประมูลจริงได้ในเดือนมี.ค. 2558 ซึ่งจะเริ่มใช้กับโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวล ชีวภาพ ขยะ และลม แต่ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากังหันลมมีการขายไฟฟ้าเข้าระบบเต็มโควตาที่ 1,800 เมกะวัตต์ไปแล้ว จึงไม่สามารถเปิดฟีทอินทารีฟ บิดดิ้งได้ 

            ส่วนโรงไฟฟ้าขยะชีวมวล และชีวภาพ จะทยอยเปิดประมูลทันทีที่หลักเกณฑ์จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)หรือเรกูเลเตอร์ประกาศออกมา โดยคาดว่าจะเปิดประมูลโรงไฟฟ้าขยะได้ 200 เมกะวัตต์ เนื่องจากได้กำหนดเป้าหมายรับซื้อทั้งสิ้น 400 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันมีการขายไฟฟ้าเข้าระบบไปแล้ว 200 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงเปิดประมูลได้แค่ 200 เมกะวัตต์ 

            ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวล กำหนดเป้าหมายรับซื้อไว้ที่ 4,800 เมกะวัตต์ ซึ่งมีการขายไฟฟ้าเข้าระบบไปแล้ว 1,700 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเสนอขายไฟฟ้าอีก 2,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นส่วนที่เหลืออีก 1,100 เมกะวัตต์ จะเปิดให้มีการเปิดประมูล  สำหรับโรงไฟฟ้าชีวภาพ กำหนดเป้าหมายรับซื้อไว้ที่ 600 เมกะวัตต์ ขายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วประมาณ 300 เมกะวัตต์ ดังนั้นยังเหลือที่จะเปิดประมูลได้อีก 300 เมกะวัตต์  

            ทั้งนี้หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการเปิดประมูลนั้นประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้าจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่มีสายส่งไฟฟ้ารองรับ 2. ที่ตั้งโรงไฟฟ้าต้องไม่เป็นที่ดินที่ติดเงื่อนไขของกรมโยธาธิการ และ3. การผลิตไฟฟ้านั้นใช้เชื้อเพลิงประเภทใด ซึ่งหากรายใดเสนอการขายไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่าจะมีสิทธิ์ได้เข้าระบบขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และได้รับเงินสนับสนุนในระบบฟีทอินทารีฟใหม่ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)อนุมัติไว้

..............................

Comment : สนพ.คาดราคาน้ำมันทรงตัว40เหรียญถึงกลางปี58
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ