เอกชนชี้ตรึงราคาเอ็นจีวีกระทบซีบีจีเกิดยาก

06/02/2015 | 1236 | Tags : เอกชน ซีบีจี

เอกชนชี้ตรึงราคาเอ็นจีวีกระทบซีบีจีเกิดยาก

               

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานสนับสนุนให้เอกชนดำเนินตามนโยบายการผลิตก๊าซซีบีจี ซึ่งเป็นก๊าซที่ผลิตจากไบโอแก๊สและนำมาใช้แทนก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(เอ็นจีวี)ในรถยนต์ได้ โดยส่วนใหญ่ผลิตในต่างจังหวัดที่ห่างไกลแนวท่อก๊าซเอ็นจีวี แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาราคาซีบีจีมีต้นทุนที่สูงประมาณ 15-16 บาทต่อกิโลกรัม(ไม่รวมค่าขนส่งและบริหารจัดการ) จึงไม่สามารถนำออกจำหน่ายแข่งขันกับราคาเอ็นจีวีที่ภาครัฐตรึงราคาไว้ต่ำเพียง 13 บาทต่อกิโลกรัมได้ จึงทำให้โครงการดังกล่าวไม่เติบโต แม้เอกชนหลายรายจะสนใจผลิตซีบีจีก็ตาม ทั้งนี้เห็นว่าราคาซีบีจีที่เหมาะสมควรอยู่ครึ่งหนึ่งของราคาดีเซล

               

นอกจากนี้ซีบีจียังประสบปัญหากฎระเบียบของกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับการสร้างปั๊มซีบีจี เนื่องจากถูกมองว่าเป็นเสมือนปั๊มเอ็นจีวี แม้จะมีขนาดเล็กกว่ากันมาก แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเอ็นจีวี อาทิ มีข้อกำหนดด้านประกันภัย กำหนดให้ห่างจากถนน 12 เมตร เป็นต้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างโรงงานหรือปั๊มซีบีจี ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก ดังนั้นจึงต้องการให้กระทรวงพลังงานกำหนดหลักเกณฑ์การสร้างปั๊มซีบีจีเป็นการเฉพาะที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้

           

อย่างไรก็ตามขณะนี้นโยบายซีบีจีของกระทรวงพลังงานยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นยูเอซี จะนำไบโอแก๊สที่ผลิตจากหญ้าเนเปียและขี้หมู ไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าแทนการผลิตซีบีจีแทน โดยปัจจุบันเตรียมเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปีย 10 โรง และเตรียมสร้างโรงไฟฟ้าขยะ และชีวมวลต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องรอดูนโยบายที่ชัดเจนของกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียต่อไป

           

ส่วนซีบีจีของบริษัท ยูเอซี ซึ่งยังเป็นบริษัทเดียวที่ผลิตซีบีจีในประเทศได้ ต้องทำสัญญาขายให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) แต่เพียงรายเดียว เนื่องจาก ปตท.ต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระต้นทุนบางส่วนแทน เนื่องจากซีบีจีมีต้นทุนสูง ไม่สามารถแข่งขันได้ โดยปตท.จะนำไปจำหน่ายยังปั๊มปตท. ที่อยู่ใกล้สนามบินเชียงใหม่ โดยยูเอซีผลิตและส่งให้ ปตท. จำนวน 3 ตันต่อวัน แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ใน 1 ปั๊ม

 

สำหรับปัจจุบันโรงงานผลิตซีบีจีของบริษัทฯ อยู่ระหว่างปิดซ่อม โดยปิดมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้อีกครั้งในเดือน ก.พ. 2558 นี้

 

นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทครั้งที่ 1/ 2558 มีมติให้บริษัทจัดตั้งบริษัท ยูเอซี แอ็ดวานซ์ โพลิเมอร์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด เป็นบริษัทย่อย โดยมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท แอ็ดวานซ์ โพลิเมอร์ แอนด์ เคมิคอล จำกัด หรือ เอพีซี ซึ่งประกอบธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ มูลค่าไม่เกิน 730 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้มาจากการกู้ยืมเงินของบริษัทย่อยจากสถาบันการเงินจำนวนประมาณ 450 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

 

 

ทั้งนี้การซื้อกิจการดังกล่าว จะทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าทั้งหมดของเอพีซี ทำให้สามารถขยายตลาดและเพิ่มสินค้าใหม่ได้มากขึ้น ทั้งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้กับฐานลูกค้าของเอพีซี และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโรงงานเอพีซีให้แก่กลุ่มลูกค้าเดิมของบริษัทฯ โดยคาดว่าปี 2558 จะมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 50% หรือมีมูลค่า  1,500 ล้านบาท จากปี 2557 ที่เติบโต 1,000 ล้านบาท   

            ------------------------

 

Comment : เอกชนชี้ตรึงราคาเอ็นจีวีกระทบซีบีจีเกิดยาก