สัมปทานปิโตรเลียม21 รัฐยอมถอยเพื่อเดินต่อ


สัมปทานปิโตรเลียม21

"ยอมถอย เพื่อเดินต่อ"

?


ไม่น่าเชื่อว่าในสถานการณ์วิกฤติพลังงานของประเทศกำลังรุกคืบเข้ามาใกล้ เพราะปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในประเทศซึ่งเป็นเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ในการผลิตกระแสไฟฟ้ากำลังลดปริมาณลงเรื่อยๆ ?แต่การเร่งรุกเอาเรื่องพลังงานมาหาเสียงสร้างมวลชนโดยที่ไม่สนใจข้อเท็จจริง กลับทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนมีผลในรัฐบาลต้องปรับท่าทีกระบวนยุทธ์ เพื่อลดทอนกระแสดังกล่าวลง โดยหวังว่าบรรดานักการเมืองและเครือข่ายเอ็นจีโอฝั่งผู้บริโภค จะเข้าใจและมองเห็นปัญหาอันเป็นวิกฤติของประเทศร่วมกัน

นอกจากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วในแหล่งสัมปทานเดิม(เป็นปริมาณสำรองที่ใช้ในการวางแผนพลังงานของประเทศ)จะเหลือใช้ไปได้อีกประมาณ7ปี ?เรายังมีปัญหาก๊าซจากแหล่งพม่า ที่แหล่งเยตากุนส่งก๊าซไม่ได้ตามสัญญาคือต่ำกว่า 400ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน มาพักใหญ่แล้ว ซึ่งหมายถึงว่า อีกไม่ถึง10ปี เราจะหวังพึ่งพาก๊าซจากพม่าที่ปัจจุบันใช้อยู่ประมาณ1ใน4ของความต้องการใช้ในปัจจุบันไม่ได้อีกแล้ว? ในขณะที่ก๊าซจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือเจดีเอ ที่ไทยรับก๊าซมาใช้มากกว่ามาเลเซียในช่วงแรก (สัดส่วนประมาณ68ต่อ32) ตั้งแต่เดือนเมษายน2558 นี้เป็นต้นไป ?ก็จะต้องส่งกลับไปให้ทางมาเลเซียใช้มากขึ้น?? นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ ทำไมรัฐโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะต้องพยายามหาแหล่งสำรองปิโตรเลียมใหม่ๆให้เพิ่มขึ้น? เพื่อที่จะลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีนำเข้า ซึ่งมีราคาแพงกว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ให้ได้มากที่สุด? เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลย คนที่เดือดร้อนคือประชาชนที่ต้องรับภาระค่าไฟฟ้าแพง

อย่างไรก็ตามกระแสการคัดค้านเรื่องการสัมปทานปิโตรเลียมจากฝั่งเครือข่ายประชาชนซึ่งก็มีแกนนำหน้าตาเดิมๆ (แต่เปลี่ยนชื่อกลุ่ม) ยังไม่ได้ตระหนักต่อปัญหาดังกล่าว? เพราะยังคิดว่าปริมาณก๊าซในประเทศยังมีเหลืออยู่มาก? จนอยากจะให้ไทยเปลี่ยนจากระบบสัมปทาน มาเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตหรือPSC ที่พวกเขาคิดว่าจะทำให้รัฐได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จนลืมไปว่าศักยภาพปิโตรเลียมที่เหลืออยู่ในปัจจุบันนั้น ไม่สามารถที่จะสร้างเงื่อนไขต่อรองให้รัฐได้อย่าเกินขอบเขต ไม่เช่นนั้นเอกชนก็จะไม่กล้าเข้าลงทุน ?เพราะมีความเสี่ยงสูง

การสร้างกระแสคัดค้านเดินมาถึงจุดที่เริ่มมีน้ำหนักต่อสังคม ในวันที่จะปิดรับการยื่นคำขอคือวันที่18กุมภาพันธ์ 2558 ?เมื่อคุณอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งถือว่ามีต้นทุนสูงคนหนึ่งในทางสังคม ออกมาร่วมลงชื่อคัดค้านเรื่องสัมปทานกับเขาด้วย (สร้างความผิดหวังกับข้าราชการระดับสูงซึ่งเคยให้ความเชื่อถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจดีคนหนึ่งของประเทศ )? เรื่องจึงกลายเป็นเกมต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับรัฐบาล? มวลชนหน้าเดิม จึงเหมือนมีอาวุธทางการเมืองชิ้นไหม่? วันที่16ก.พ.2558 ที่หน้าทำเนียบ จึงมีมวลชนมาร่วมคัดค้านสัมปทานปิโตรเลียมมากกว่าทุกครั้ง

และถึงแม้กระทรวงพลังงานจะเปิดเวทีชี้แจงกับประชาชนอย่างเป็นทางการมาแล้วถึง4ครั้งในทุกภาคทั้งกลาง,ตะวันออกเฉียงเหนือ,เหนือ และใต้ รวมทั้งเวทีที่มีหลวงปู่พุทธะอิสระอีก 2ครั้งที่สโมสรกองทัพบก ถ.
วิภาวดี แต่รัฐบาลก็ไปตกปากรับคำที่จะให้มีการเปิดเวทีชี้แจงอีกครั้งในวันที่20ก.พ. 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะลดทอนกระแส ซึ่งหมายความว่า กระทรวงพลังงานจะต้องเลื่อนวันปิดรับคำขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่จะหมดเขตวันที่ 18ก.พ. 2558 หลังจากที่ให้เวลามาแล้วเกือบ 180วันไปโดยปริยาย

?

ในการการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่16ก.พ.2558?ว่า ที่ประชุมจึงเห็นควร ขยายระยะเวลายื่นคำขอรับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายใต้ระบบสัมปทาน?รอบที่21?ออกไปอีก4สัปดาห์ หรือ1เดือน ไปจนถึงวันที่ 16?มีนาคม?2558? แทนเพื่อที่จะใช้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอีกยก ?(แต่เชื่อเถอะว่า กลุ่มที่จะอยากจะเข้าใจ ชี้แจงอย่างไรเขาก็ไม่รับฟัง)

?ประเด็นหลักๆ ที่กระทรวงพลังงานเตรียมไว้ชี้แจงอาทิ ปริมาณสำรองปิโตรเลียมของประเทศว่ามีเหลืออยู่เท่าไหร่กันแน่ ,การข้อดีและข้อเสียของระบบแบ่งปันผลผลิตหรือPSC?กับระบบสัมปทานปิโตรเลียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน , กรรมสิทธิ์ในปิโตรเลียมภายใต้ระบบสัมปทาน,การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาท ในระบบสัมปทานการเปิดเวทีชี้แจงครั้งสุดท้าย ที่จะมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ รัฐบาลเชิญชวนให้ผู้ที่ยังมีความคิดเห็นคัดค้านมารับฟังการชี้แจงครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง ให้สิ้นสงสัย ?ถือเป็นการยอมถอยอีกก้าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ก็ยอมถอยไปแล้วโดยแก้ไขประกาศเชิญชวนที่จะให้สิทธิรัฐขอเจรจากับเอกชนผู้ได้รับสิทธิในการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตได้ในภายหลัง ในพื้นที่3แปลง คือG3/57,G5/57,และ G6/57 ในอ่าวไทยซึ่งถือเป็นแปลงที่มีศักยภาพมากที่สุดในบรรดา 29แปลงที่เปิดสัมปทาน ??และการถอยอีกก้าว คือการเลื่อนระยะเวลาการปิดรับคำขอไปอีก 1เดือน ทั้งๆที่มีเอกชนหลายรายเตรียมยื่นคำขอแล้ว ก็ตาม


หวังว่าการถอยของรัฐบาล จะเป็นการถอยเพื่อก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและการแก้ไขปัญหาพลังงานของประเทศที่ตรงจุด? เพราะหากรัฐบาลชุดนี้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงาน กลับไปกลับมาแบบไม้หลักปักขี้เหลน? การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในส่วนอื่นๆ คงล้มไม่เป็นท่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศคงสั่นคลอน ?เช่นเดียวกับเรื่องของพลังงาน ที่ถือว่ามีข้อเท็จจริงและมีเหตุผลรองรับมากที่สุดแล้ว ????-Energy24hours?

Comment : สัมปทานปิโตรเลียม21 รัฐยอมถอยเพื่อเดินต่อ
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ