กรมเชื้อเพลิงฯ แจง อพิโก้ แค่ย้ายอุปกรณ์ ยังไม่ใช่พื้นที่ขุดเจาะปิโตรเลียม

23/02/2015 | 891 | Tags : News cate_sub_2_1

กรมเชื้อเพลิงฯ แจง อพิโก้ แค่ย้ายอุปกรณ์ ยังไม่ใช่พื้นที่ขุดเจาะปิโตรเลียม


กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยืนยันการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เพื่อการสำรวจปิโตรเลียม

ผ่านตำบลดูนสาด มิได้เป็นพื้นที่ขุดเจาะปิโตรเลียม เน้นความปลอดภัย ป้องกันผลกระทบชุมชน

มุ่งส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

 

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ต่อต้านการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในการสำรวจปิโตรเลียมของ บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด   บริเวณพื้นที่ อบต.ดูนสาด อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น  โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 9มกราคม 2558 และต่อเนื่องมาจวบจนถึงปัจจุบัน  

นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ชี้แจงว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็น  ตลอดจนได้ปรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อลดข้อห่วงกังวลจากทุกภาคส่วน โดยได้ชี้แจงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 

? บริษัทได้ผ่านความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIAจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 และมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่  28  สิงหาคม  2557

? บริษัทได้รับอนุมัติจาก สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)  และได้ปรับสภาพพื้นที่ฐานเจาะ และดำเนินการขุดเจาะเมื่อวันที่  14  ตุลาคม  2557  (เนื่องจากที่ดินส่วนหนึ่งอยู่ในเขต สปก.)

? บริษัทฯ ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินโครงการแก่ประชาชนทุกครัวเรือนในเขตพื้นที่ตำบลดูนสาด  อำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น  

ครั้งที่ 1  จำนวน  711  ครัวเรือน  ระหว่างวันที่  23 ? 26  มิถุนายน  2557   
ครั้งที่ 2  จำนวน  883  ครัวเรือน  เมื่อวันที่  21  ตุลาคม  2557 
ครั้งที่ 3  จำนวน  755   ครัวเรือน  เมื่อวันที่  23  ธันวาคม  2557   

เมื่อได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่แล้วเสร็จ  จึงกำหนดแผนงานการขนย้ายอุปกรณ์การ   ขุดเจาะเข้าพื้นที่ในช่วงระหว่างวันที่  13 ? 26  มกราคม  2558  แต่เนื่องจากในช่วงเวลาเดียวกับการดำเนินการประชาสัมพันธ์ช่วงประมาณปลายปี 2557  ได้มีกลุ่มบุคคลจากนอกพื้นที่ร่วมกับแกนนำต่อต้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวดังกล่าวในพื้นที่ภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่อง  เข้าพื้นที่ให้ข้อมูลที่มุ่งเน้นให้ประชาชนเกิดความกังวล และสร้างความหวาดกลัวผลกระทบที่จะเกิดจากการดำเนินกิจกรรม     (ทั้งที่กิจกรรมที่จะดำเนินการเป็นเพียงการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เท่านั้น)  

เพื่อให้เกิดความชัดเจน และให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความมั่นใจทั้งด้านความปลอดภัย และมาตรการที่ได้เตรียมการเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อในด้านต่างๆในพื้นที่  เมื่อวันที่ 9  มกราคม  2558   กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จึงได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเพื่อชี้แจงขั้นตอน กระบวนการการขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องจักร  และจากการหารือดังกล่าวได้รับคำแนะนำให้มีการประชาสัมพันธ์ในประเด็นดังกล่าวแก่ประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม  จึงนำไปสู่การจัดประชุมชี้แจงดังนี้

?  วันที่  14  มกราคม  2558  จัดประชุมชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการดำเนินการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การสำรวจและแนวทางสร้างความเข้าใจ ณ อำเภอกระนวน ซึ่งภายหลังจากการประชุมมีภาคประชาชน บางบุคคลให้ข้อมูลในพื้นที่ชี้นำให้ประชาชนในพื้นที่สนับสนุนให้ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  เป็นคนกลางในการตรวจสอบ

? วันที่  17  มกราคม  2558  กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้รับคำแนะนำให้จัดทำข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับแนวทางและมาตรการการเพื่อลดข้อกังวลและผลกระทบเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม  จึงได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าว  โดยในการประชุมมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประมาณ 120  คน  

ในขณะที่ผู้นำชุมชนไม่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ดังกล่าว โดยได้ร้องขอให้บริษัทฯ เจรจากับกลุ่มแกนนำจากนอกพื้นที่เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน  ซึ่งต่อมา กรอ.รมน. ได้ประสานให้ฝ่ายความมั่นคงของจังหวัดขอนแก่นเข้าพบแกนนำผู้คัดค้าน  เพื่อพยายามเจรจาหารือทางออกร่วมกันแต่แกนนำไม่รับข้อเสนอและยืนยันว่าต้องการให้ นพ.นิรันดร์  พิทักษ์วัชระ เป็นกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องรายงาน EIA  และการขอใบอนุญาตการขนย้ายอุปกรณ์ผ่านตำบลดูนสาด อีกทั้งขอให้ยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายอุปกรณ์ฯในครั้งนี้ โดยอ้างว่ารายชี่อประชาชนที่ใช้ในการประกอบการขออนุญาตได้มาโดยมิชอบ 

ซึ่งในข้อเท็จจริงการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ  และได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนต่อทุกภาคส่วน  ทั้งในรูปแบบการนำเสนอเอกสารหลักฐาน และการตอบข้อซักถาม ประกอบกับการดำเนินการเจาะสำรวจมีการกำหนดแผนงานรวมถึงช่วงเวลาการเช่าอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางด้านเทคนิค  และมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่ให้บริการจึงจำเป็นต้องมีความชัดเจน และแน่นอนในกาดำเนินการ  

?  วันที่ 5  กุมภาพันธ์  2558  นายภูมี  ศรีสุวรรณ  ผู้อำนวยการสำนักจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ผู้แทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมกรณีคัดค้านการขนย้ายอุปกรณ์เครื่องจักรเข้าสู่ฐานขุดเจาะ DM - 5  ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้    มีข้อตกลงให้แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงานเพื่อร่วมตรวจสอบการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาของบริษัทฯ พร้อมกับให้จัดประชุมชี้แจงและรับฟังปัญหาและข้อกังวลของประชาชน  รวมถึงให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOUที่วัดดงมูลพุทธาวาส  

?  วันที่  7  กุมภาพันธ์  2558  กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  โดยนายวีระศักดิ์  พึ่งรัศมี  รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ร่วมกับหน่วยราชการในพื้นที่ และบริษัทฯ ร่วมชี้แจงตอบข้อกังวลของชาวบ้านดงมูล ที่วัดดงมูลพุทธาวาส  ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการ /คณะทำงานเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานแก้ไขของบริษัทฯ โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประมาณ 150  คน  

? วันที่  10  กุมภาพันธ์  2558  คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน  เชิญกรมเชื้อเพลิง

ธรรมชาติชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีโครงการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด    แปลง  L27/4

? วันที่  11  กุมภาพันธ์  2558  ศาลปกครอง จังหวัดขอนแก่นนัดไต่สวนกรณีคัดค้านการ    ขนย้ายอุปกรณ์เครื่องจักรเข้าสู่ฐานขุดเจาะ DM ? 5 โดยมีนายวีระศักดิ์  พึ่งรัศมี  รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและคณะร่วมชี้แจง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่มิได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว         แต่อย่างใด

? วันที่  13  กุมภาพันธ์  2558 เริ่มขนย้ายเครื่องจักร อุปกรณ์ โดยมีหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  กำกับดูแลทางด้านความปลอดภัย  และประสานความเข้าใจกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง    ในพื้นที่และมีเจ้าหน้าที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการดำเนินกา

? วันที่  14  กุมภาพันธ์  2558  การดำเนินการในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมี

ประชาชนบางกลุ่ม  ได้ออกมาแสดงการคัดค้น โดยการปิดกั้นถนนเส้นทางขนย้าย ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่พยายามเจรจา เพื่อให้เปิดเส้นทางแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่าการขนย้ายอุปกรณ์การขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในครั้งนี้ ได้กำกับดูแลให้บริษัทฯ ผู้รับสัมปทาน ดำเนินการทั้งภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ  โดยคำนึงถึงทั้งทางด้านความปลอดภัย  การป้องกันผลกระทบที่เป็นข้อห่วงกังวลของทุกภาคส่วน และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน  โดยเฉพาะของประชาชนในพื้นที่  ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการหารือและดำเนินการตามข้อเสนอจากพื้นที่ในทุกกรณี  เพื่อลดข้อขัดแย้ง เน้นให้เกิดความเข้าใจร่วมกันอย่างแท้จริง อีกทั้ง หากสามารถขุดเจาะในแปลงสัมปทานดังกล่าวก็เป็นโอกาสในการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียม  ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอีกด้วย 

........................

Comment : กรมเชื้อเพลิงฯ แจง อพิโก้ แค่ย้ายอุปกรณ์ ยังไม่ใช่พื้นที่ขุดเจาะปิโตรเลียม