ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบ60-65เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล



 

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 60 – 65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 65 - 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 - 10 ม.ค. 63) ราคาน้ำมันดิบคาดจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หลังสหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงในระยะที่ 1 และคาดจะมีการลงนามข้อตกลงการค้าในวันที่ 15 ม.ค. นี้ นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากความไม่สงบในตะวันนออกกลางที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึง ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน หลังความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ได้แก่

1.สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มตึงเครียดลดลงและคาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวดีขึ้น โดยล่าสุด ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ และจีนจะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงสหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าราว 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ธ.ค. 62 และลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าราว 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ลงครึ่งหนึ่งมาอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ขณะที่ จีนจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มากขึ้น

2.ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติตต่อกัน หลังคาดความต้องการใช้และปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบในสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ธ.ค. ปรับลดลง 11.5 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นมากว่า 1.2% เพื่อรอบรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึง ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสูงกว่าระดับ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล

3. จับตาสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบหรือไม่ โดยล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดค่ายกองกำลังติดอาวุธของอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งผลให้ ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านเสียชีวิตและสถานการณ์ประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ การประท้วงในสัปดาห์ที่ผ่านมาของผู้ประท้วงในอิรักส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงประมาณ 90,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม แหล่งผลิตน้ำมันดิบดังกล่าวสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติแล้ว

4. ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปกมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ผลิตเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบจะมีการทบทวนนโยบายการปรับลดกำลังการผลิตอีกครั้งในเดือน มีนาคม 2563 ซึ่งหากตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุล กลุ่มผู้ผลิตอาจทยอยปรับลดกำลังการผลิตลดลง

5. ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าต้นทุนการผลิต โดย EIA คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.18 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563 นำโดยการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เริ่มเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ลดการขุดเจาะลง

6. เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและบริการจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและบริการยูโรโซน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและบริการจีน

Comment : ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบ60-65เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ