ปตท.คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบสัปดาห์นี้54-60 เหรียญสหรัฐ




 

ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ ได้แก่ 1.นักลงทุนกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 361 ราย และ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ออกแถลงการณ์หลังการประชุมวาระฉุกเฉินวันที่ 30 ม.ค. 63 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อ Coronavirus เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุของโลก (Public Health Emergency of International Concern – PHEIC)

2.Energy Information Administration (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 ม.ค. 63 เพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ก่อน 3.6 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 431.7 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 1 เดือน 3.Hess Corp. ผู้ผลิตปิโตรเลียมของสหรัฐฯ คาดปริมาณการผลิตปิโตรเลียม รวมในปี พ.ศ. 2563 ของบริษัทฯ จากแหล่งต่างๆ อาทิ Bakken ในสหรัฐฯ และในกายอานา อยู่ที่ 330,000-335,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ (Oil Equivalent) เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2562 ที่ 285,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีแผน เพิ่มงบประมาณการใช้จ่ายขึ้นจากปีก่อน 11% มาอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

4.Bloomberg รายงานปริมาณส่งมอบน้ำมันดิบ Johan Sverdrup ของนอร์เวย์เดือน มี.ค. 63 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 61,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ปริมาณ 413,000 บาร์เรลต่อวัน 5.Reuters รายงานการผลิตน้ำมันและคอนเดนเสทของรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 1-29 ม.ค. 63 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 20,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 11.28 ล้านบาร์เรลต่อวัน                                                                          

6.Commodity Futures Trading Commission (CFCT) รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ที่ตลาด NYMEX นิวยอร์คและที่ตลาด ICE ลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ม.ค. 63 นักลงทุนปรับ Net Long Position ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 56,317 สัญญา มาอยู่ที่ 218,030 สัญญา และ 7.Intercontinental Exchange (ICE) รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาด ICE ลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ม.ค. 63 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 26,633 สัญญา มาอยู่ที่ 402,357 สัญญา                                                                                                                                                                                                                        

ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก ได้แก่ 1.บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย (National Oil Corp.) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลดลงมาอยู่ที่ 288,000 บาร์เรลต่อวันจากเดิมที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ธ.ค. 62 และอาจลดลงสู่  70,000 บาร์เรลต่อวันภายในเร็วๆนี้ ถ้าโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของประเทศยังคงถูกกองกำลังของนายพล Khalifa Haftar ซึ่งเป็นผู้นำ Libya National Army (LNA )ปิดล้อม 2.Genscape ของยุโรปรายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่  Amsterdam-Rotterdam Antwerp สัปดาห์สิ้นสุด 24 ม.ค. 63 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 1.9 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 53.2 ล้านบาร์เรล  และ3.Baker Hughes Inc. รายงานจำนวน Rig ขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. 63 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 1 แท่น มาอยู่ที่ 675 แท่น

แนวโน้มราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจากเมือง Wuhan ของจีน ล่าสุดรัฐบาลจีนประกาศระงับการบริการขนส่งสาธารณะขาออกทั้งทางบกและทางอากาศจากเมือง Wuhan โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และจากรายงานของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission, NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 63 มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน 361 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 17,205 ราย ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้ Goldman Sachs ปรับลดประมาณการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีน ในปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 5.5 % ต่อปี ลดลงจากการประมาณการณ์ครั้งก่อนที่ระดับ 5.9 % ต่อปี

อย่างไรก็ตามธนาคารกลางของจีน มีแผนอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินมูลค่า 1.2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) ผ่านการซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาจะขายคืนภาคเอกชน (Reverse Repo) หลังสิ้นสุดวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ด้านนาย Alexander Novak รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซีย แถลงพร้อมร่วมประชุมกับกลุ่ม OPEC + ในเดือน ก.พ. 63  ที่ OPEC+ จะเลื่อนการประชุมจากกำหนดเดิมในเดือน มี.ค. 63 มาเป็นวันที่ 8-9 ก.พ. 63  หรือ 14-15 ก.พ. 63 เพื่อพิจารณานโยบายจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันซึ่งจะสิ้นสุด ในวันที่ 31 มี.ค. 63

ล่าสุดผลสำรวจของ Reuters Survey รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC (13 ประเทศ) เดือน ม.ค. 63 ลดลงจากเดือนก่อน 640,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 28.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอัตราความร่วมมือจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันตามข้อตกลง (Compliance Rate) อยู่ที่ 133 % (เดือน ธ.ค. 62 อยู่ที่ 158 %) ด้านเทคนิคสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 54-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 48-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ ในกรอบ 54-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

โดยสถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงเนื่องจาก Platts ประเมินปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินของโลกในช่วงไตรมาส 1/63 จะลดลง 200,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันของจีนลดลง จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Coronavirus) ที่เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางระบบคมนาคมในลุ่มน้ำแยงซีเกียง และ EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด 24 ม.ค. 63 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.2 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 261.2  ล้านบาร์เรล สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ International Enterprise Singapore (IES) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 ม.ค. 63 เพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ก่อน 90,000 บาร์เรล อยู่ที่ 13.06 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ FGE คาดการณ์ในระยะสั้นอุปทานน้ำมันเบนซินอาจตึงตัว เนื่องจากโรงกลั่นโดยเฉพาะในจีนอาจลดการผลิตน้ำมันเบนซินหันไปผลิต VLSFO (Very Low-Sulphur Fuel Oil) แทนเพราะได้ค่าการกลั่นสูงกว่า ประกอบกับมีรายงานโรงกลั่นอิสระของจีน (Independent Refiner) ในจังหวัด Shandong ลดอัตราการกลั่นลง   14 % จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 50 % จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้  คาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 62-68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล เฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงจากแรงขายของโรงกลั่นในตะวันออกกลาง และ Platts รายงานอุปสงค์น้ำมันดีเซลในตลาดเอเชียเบาบางจากการแพร่ระบาดของ coronavirus โดยรัฐบาลจีนประกาศขยายระยะเวลาวันหยุดตรุษจีนไปถึงสัปดาห์หน้า ด้านปริมาณสำรอง IES รายงานปริมาณสำรอง Middle Distillates เชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 ม.ค. 63 เพิ่มขึ้น 390,000 บาร์เรลจากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 11.21 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม Platts รายงานโรงกลั่นในตะวันออกกลางมีแผนหยุดซ่อมบำรุง ในไตรมาส 1/63 อาทิ ในซาอุดิอาระเบียโรงกลั่น Ras Tanura (กำลังการกลั่น 550,000 บาร์เรลต่อวัน) หยุดตั้งแต่ มี.ค. 63 เป็นเวลา 35 วัน และโรงกลั่น Jubail (กำลังการกลั่น 440,000 บาร์เรลต่อวัน) หยุดช่วง ม.ค.-ก.พ. 63 ขณะที่โรงกลั่น Ruwais (กำลังการกลั่น 837,000 บาร์เรลต่อวัน) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปิดหน่วยกลั่นฝั่งตะวันออกเป็นเวลา 40 วัน และฝั่งตะวันตกเป็นเวลา 35 วัน ในไตรมาส 1/63 และ EIA รายงานปริมาณสำรอง Distillates เชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 ม.ค. 63 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 1.3 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 144.7 ล้านบาร์เรลต่ำสุด ในรอบ 3 สัปดาห์ทางเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดีเซล จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 64-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

Comment : ปตท.คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบสัปดาห์นี้54-60 เหรียญสหรัฐ