เอสพีซีจี จับมือกรุงไทย ปล่อยกู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป


เอสพีซีจี จับมือกรุงไทย ปล่อยกู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป


            น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทด้านธุรกิจโซล่าร์เซลล์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากรัฐบาลสนับสนุนให้ครัวเรือนผลิตไฟฟ้าด้วยการติดตั้งโซล่าร์เซลบนหลังคา(โซลาร์รูปท็อป) โดยให้โควตา 100 เมกะวัตต์ แต่รอบแรกมีผู้สนใจติดตั้งประมาณ 33 เมกะวัตต์ ยังเหลืออีกกว่า 67 เมกะวัตต์ ดังนั้นทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ จึงเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการรอบ 2 โดยให้ยื่นขอติดตั้งส่วนที่เหลือ 67 เมกะวัตต์ ได้อีกภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2558 นี้ โดยขอติดตั้งหลังคาละไม่เกิน 10 กิโลวัตต์     

ดังนั้นเพื่อเป็นช่วยสนับสนุนโครงการรัฐบาลดังกล่าว บริษัท ฯ จึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย จัดทำสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการติดตั้งระบบโซล่าร์รูฟท็อป ภายใต้ชื่อ เอสพีอาร์ โซล่าร์รูฟ เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น และขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าได้อัตรา 6.85 บาทต่อหน่วย โดยธนาคารกรุงไทยจะอนุมัติเงินรอบแรก 100 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนเพียง 300 หลังเท่านั้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 8.88%

สำหรับราคาการติดตั้งขึ้นอยู่กับพื้นที่หลังคาและขนาดติดตั้ง โดยแบ่งเป็น  2 ประเภท  ได้แก่ 1.ประเภทขนาดแอล ซึ่งมีพื้นที่หลังคา 36 ตารางเมตร ขนาดติดตั้ง 4.5 กิโลวัตต์ ราคารวมภาษี 375,000 บาท โดยให้ดาวน์ 30% หรือเท่ากับ 125,000 บาท ผ่อน 8 ปี จำนวน 262,500 บาท หรือ ผ่อนเดือนละ 3,830 บาท โดยคาดว่าจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าต่อเดือน 3,750 บาท

ส่วนประเภท 2 คือขนาดเอกซ์แอล ซึ่งมีพื้นที่หลังคา 80 ตารางเมตร ขนาดติดตั้ง 10 กิโลวัตต์ ราคารวมภาษี 820,000 บาท โดยให้ดาวน์ 30% หรือเท่ากับ 246,000 บาท ผ่อน 8 ปี จำนวน 574,000 บาท หรือ ผ่อนเดือนละ 8,374 บาท โดยคาดว่าจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าต่อเดือน 8,334 บาท

น.ส.วันดี กล่าวว่า บริษัทฯ มอบหมายให้บริษัทลูก คือ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยกำหนดใช้แผงโซล่าร์เซลล์ของบริษัท เคียวเซร่า ของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสินค้าคุณภาพดี จึงทำให้บริษัทฯ สามารถรับประกันคุณภาพให้กับลูกค้าได้ถึง 25 ปี โดยที่การผลิตไฟฟ้าต้องได้ไม่น้อยกว่า 80% ของกำลังการผลิต และหากผลิตได้น้อยกว่าที่รับประกัน ทางบริษัทฯจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและเปลี่ยนแก้ไขแผงให้สามารถใช้งานได้ตามกำหนดต่อไป

อย่างไรก็ตามในส่วนที่ลูกค้าต้องชำระเพิ่มเติมภายหลัง ได้แก่ ค่าบำรุงรักษา 4,000 บาทต่อปี รวมถึงค่ามิเตอร์ไฟฟ้าที่การไฟฟ้าจะมาติดตั้งให้เพื่อตรวจวัดจำนวนการขายไฟฟ้าในแต่ละวัน ซึ่งการไฟฟ้าจะเก็บค่ามัดจำมิเตอร์เอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับแพ็กเกจการติดตั้งของบริษัทฯ

น.ส.วันดี กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อกับบริษัทฯ เพื่อส่งทีมงานเข้าไปสำรวจหลังคาที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ว่ามีพื้นทีเหมาะสมหรือไม่ โดยคิดค่าบริการ 1,000 บาท หากพื้นที่ไม่เหมาะสมจะไม่ได้รับเงินคืน แต่หากสามารถติดตั้งได้ทางเจ้าหน้าที่จะพาไปทำสัญญากับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด  ซึ่งรับหน้าที่เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่าย พร้อมประสานขอใบอนุญาตขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าและประสานการขอสินเชื่อกับกรุงไทย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือน หลังจากนั้นจะใช้เวลาติดตั้งประมาณ 15 วันและเริ่มขายไฟฟ้าได้ทันที  

---------------------------     

 

 

Comment : เอสพีซีจี จับมือกรุงไทย ปล่อยกู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ