กบง.คาดแนวโน้มราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นเร็ว สั่งลดเงินส่งเข้ากองทุนฯ

18/04/2015 | 1581 | Tags : News cate_sub_2_1

กบง.คาดแนวโน้มราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นเร็ว สั่งลดเงินส่งเข้ากองทุนฯ



          นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่17 เมษายน 2558 ว่าที่ประชุม ได้พิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่การประชุม กบง.ครั้งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่3เม.ย. โดยน้ำมันดิบดูไบปรับตัวขึ้น 5.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจากราคาปิดตลาดวันที่ 2 เมษายน 2558 ที่ประชุมฯ   ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นผลมาจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในประเทศเยเมน ที่มีซาอุดิอาระเบีย ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง 


       ทั้งนี้มีการประเมินว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าจะปรับตัวขึ้นเร็วในช่วงนี้  จึงได้ใช้กลไกการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคาเอาไว้ไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันปรับขึ้นราคาขายปลีก โดย กบง.เห็นชอบ ให้ปรับลดอัตราจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ยกเว้น E 85  คือเบนซินปรับซิน95 ปรับลดลง 50สตางค์ ต่อลิตรจาก 7.15บาทต่อลิตร เหลือ 6.65บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล95 และแก๊สโซฮอล91 ปรับลดลง 30สตางค์ต่อลิตร  จาก1.25บาทต่อลิตร เหลือ 0.95บาทต่อลิตร และจาก0.75 บาทต่อลิตรเหลือ0.45บาทต่อลิตร น้ำมันE20 ชดเชยเพิ่ม60สตางค์ต่อลิตร จาก ชดเชย80สตางค์เป็น1.40 บาทต่อลิตร  ส่วนดีเซล ลดการจัดเก็บลงจาก1.05บาทต่อลิตร เหลือ 0.45 บาทต่อลิตร   ซึ่งผลจากมติ กบง.ครั้งนี้ จะไม่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น  และเชื่อว่า ในส่วนผู้ค้าน้ำมันต่างชาติบางรายที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันไปแล้วก่อนหน้านี้ 60สตางค์ต่อลิตร ก็จะปรับลดราคาขายปลีกลงมา 


       กบง.เห็นว่ามีเงินสะสมอยู่ในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับที่มากพอที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้ผันผวนจึงสามารถที่จะลดอัตราการจัดเก็บการส่งเงินเข้ากองทุนลงมาได้ ซึ่งหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวขึ้นไปอีก ก็จะปรับลดอัตราการจัดเก็บลงอีก ซึ่งกองทุนน้ำมันที่มีอยู่ในปัจจุบันมากกว่าสามหมื่นล้านบาท สามารถที่จะทำให้มีรายรับติดลบเพื่อช่วยไม่ให้ราคาน้ำมันขายปลีกปรับขึ้นไปได้อีกระยะหนึ่ง


        ผลจากการมติกบง. ครั้งนี้ ทำให้กองทุนมีสภาพคล่องลดลง1,324 ล้านบาท/เดือน คือจาก 2,558ล้านบาทต่อเดือน เหลือ รายรับ 1,234 ล้านบาท/เดือน และมีฐานะสุทธิ ที่ไม่รวมกับกองทุนแอลพีจี อยู่ที่ 34,600 ล้านบาท


          นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า  การลดอัตราการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน ทำให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน อย่างปตท.และบางจาก ที่ไม่ยอมปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน ตามบริษัทเชลล์ และคาลเท็กซ์ ที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ มีค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คือจาก 90สตางค์ต่อลิตร มาอยู่ที่ประมาณ 1.50บาทต่อลิตร  ทั้งนี้ สนพ.ประเมินว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงน่าจะสามารถที่จะรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันไม่ให้มีความผันผวนไปได้ตลอดทั้งปี 2558 นี้ หากราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังอยู่ในระดับที่เคยคาดการณ์เอาไว้คือน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยอยู่ที่ 53 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 


      สำหรับราคาแอลพีจีในตลาดโลก ก็เริ่มมีการปรับตัวตามราคาน้ำมันเตาที่เพิ่มสูงขึ้น คือจากราคาเฉลี่ยเมื่อเดือน มีนาคมอยู่ที่ 464เหรียญสหรัฐต่อตัน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 475เหรียญสหรัฐต่อตัน  อย่างไรก็ตาม กบง.ยังมีเงินอยู่ในกองทุนแอลพีจีประมาณ 6,000 ล้านบาท ที่น่าจะช่วยตรึงราคาแอลพีจีขายปลีก เดือน เมษายน  เอาไว้ได้ 

.............................


 

Comment : กบง.คาดแนวโน้มราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นเร็ว สั่งลดเงินส่งเข้ากองทุนฯ
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ