กฟผ.ปรับแผนลงทุน5ปี รองรับแผนพีดีพีใหม่

29/04/2015 | 1845 | Tags : News cate_sub_2_1

กฟผ.ปรับแผนลงทุน5ปี รองรับแผนพีดีพีใหม่  


         นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.มีการทบทวนแผนการลงทุน5ปีล่าสุดซึ่งจะใช้ระหว่าง 2559ถึง2563 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือพีดีพี2015ที่กระทรวงพลังงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติในวันที่14พ.ค. 2558 นี้ โดยโครงการที่บรรจุในแผนลงทุน มีทั้งโครงการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการลงทุนแล้ว และอยู่ในระหว่างการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา  รวมวงเงินลงทุน 648,733 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า ประมาณ364,589 ล้านบาทและ การลงทุนระบบสายส่งอีก 284,144 ล้านบาท  

           ทั้งนี้โครงการลงทุนของกฟผ.ที่บรรจุอยู่ในแผนลงทุน5ปี ในส่วนของการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ นั้นมีความคืบหน้าตามลำดับ คือ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4-7 กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์    ซึ่งมีการทำพิธีลงเสาเอกต้นแรกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2561   โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าบางปะกง 1-2  กำลังผลิต 1,300เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติภายใน 2-3เดือนข้างหน้านี้และคาดว่าจะเข้าระบบได้ในปี2562,  โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว   ได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณา คาดว่าจะเข้าระบบได้ในปี2562 

            โครงการ  โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้  1-5  กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเข้าระบบได้ในปี2562 เช่นเดียวกัน   สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา  กำลังผลิต 1,000เมกะวัตต์ นั้น อยู่ระหว่างการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (.3) เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพรวมทั้งมาตรการป้องกันแก้ไขประมาณเดือนกรกฎาคม 2558 คาดว่าจะเข้าระบบได้ภายในปี2564 

          ในส่วนของการลงทุนระบบสายส่ง นั้น จะเป็นการเสริมระบบความมั่นคงไฟฟ้าในภาคใต้  การรองรับโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบทั้งที่สร้างใหม่ และการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งระบบสายส่งที่จะมารองรับโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และอีกส่วนหนึ่งเป็นการปรับปรุงระบบสายส่งเก่าที่ใช้มานานกว่า40ปีแล้ว 

           นายสุนชัย กล่าวว่า  การปรับแผนการลงทุนเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพีดีพี 2015 ในช่วงแรกเท่านั้น โดยเป็นโครงการที่กฟผ.คาดว่าจะมีการลงทุนอย่างแน่นอน โดยคาดว่าแผนพีดีพี2015 ที่มีระยะเวลาของแผนตั้งแต่ปี2558-2579 นั้น น่าจะต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าเป็นระยะ   อย่างไรก็ตามในแผนพีดีพี ที่ระบุว่าจะมีการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นมาใหม่อีก 9โรงนั้น กฟผ.กำหนดอยู่ในแผนลงทุนเพียง 3โรงคือ  โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 1และ2  รวมกำลังการผลิต 2,800 เมกะวัตต์   ส่วนอีก 6โรงที่เหลืออีก3,000 เมกะวัตต์ที่จะเริ่มเข้าระบบตั้งแต่ปี2576ไปจนถึงปี2579 นั้น  ในนโยบายยังไม่ได้ระบุสถานที่ตั้ง และจะให้กฟผ.หรือ เอกชนเป็นผู้ลงทุน แต่กฟผ.ก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการ  รวมไปถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อีก2โรงกำลังการผลิตรวม2,000 เมกะวัตต์ ที่จะเข้าสู่ระบบในปี 2578และ2579 ด้วย 

          นายสุนชัยกล่าวเนื่องในโอกาสที่ กฟผ. ครบรอบวันสถาปนา 46 ปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558  ด้วยว่า กำลังผลิตติดตั้ง ของกฟผ. มีเริ่มต้นเพียง 907 เมกะวัตต์ ในปี 2512 เท่านั้น แต่จนถึงวันนี้ ที่ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศ 34,668 เมกะวัตต์ นั้น เป็นกำลังการผลิตในส่วนของโรงไฟฟ้า กฟผจำนวน 15,482 เมกะวัตต์ คิดเป็นร้อยละ 45 ของกำลังผลิตรวมทั้งประเทศ    ส่วนด้าน ระบบส่งไฟฟ้า กฟผ.ได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้า ปัจจุบันสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. มีความยาวทั้งสิ้น 32,526.992 วงจร-กิโลเมตร สถานีไฟฟ้าแรงสูงรวม 213 สถานี 

          ทั้งนี้ กฟผ.มีการวางเป้าหมายสู่องค์กรระดับโลก (Global Top Quartile Utility) โดยมียุทธศาสตร์ ด้าน คือ 1. การปรับปรุงความสามารถด้านการผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผได้เพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้เทียบเท่าโรงไฟฟ้าระดับโลก โดยเริ่มดำเนินการในโรงไฟฟ้า แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ  โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ และเขื่อนวชิราลงกรณ์  2 .การขยายงานด้านธุรกิจต่อเนื่องร่วมกับบริษัทในเครือ กฟผได้มองถึงธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้รัฐ เช่น ธุรกิจด้านไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจต้นน้ำด้านการจัดหาเชื้อเพลิง    เช่น การนำเข้า LNG จากต่างประเทศ  3. การนำความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยกำลังก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ มีศูนย์หลักอยู่ที่สำนักงานใหญ่ กฟผซึ่งอยู่ระหว่างกำลังดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 และ4. การพัฒนาศักยภาพบุคคลากร รุ่นใหม่ กฟผเพื่อสร้างผู้นำในอนาคต

....................

Comment : กฟผ.ปรับแผนลงทุน5ปี รองรับแผนพีดีพีใหม่
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ