46 ปี กฟผ. เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรชั้นนำไฟฟ้าระดับโลก

30/04/2015 | 1629 | Tags : Event cate_sub_3_1

  46 ปี กฟผ. เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรชั้นนำไฟฟ้าระดับโลก    


 

        นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า กฟผมีภารกิจหลักในการผลิต จัดหาและพัฒนาแหล่งผลิตและระบบส่งไฟฟ้า  เพื่อสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าและดูแลค่าไฟฟ้าให้มีราคาเหมาะสม ตลอดจนรับผิดชอบต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม จวบจนปัจจุบัน  กฟผ. ครบรอบวันสถาปนา 46 ปี ในวันที่ 1พฤษภาคม 2558 จากกำลังผลิตติดตั้ง 907 เมกะวัตต์ ในปี 2512 จนถึงวันนี้ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศ 34,668 เมกะวัตต์โดยเป็นโรงไฟฟ้าของ กฟผ. 15,482 เมกะวัตต์ คิดเป็นร้อยละ 45ของกำลังผลิตรวมทั้งประเทศ

            สำหรับด้านระบบส่งไฟฟ้า กฟผ.ได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้า ปัจจุบันสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. มีความยาวทั้งสิ้น 32,526.992 วงจร-กิโลเมตรสถานีไฟฟ้าแรงสูงรวม 213 สถานี

            ผู้ว่าการ กฟผกล่าวต่อไปว่า  ในปีที่ผ่านมา กฟผ.ได้ดำเนินการตามเป้าหมายในเรื่องการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่มีความคืบหน้าตามลำดับ คือสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4-7กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์    โดยทำพิธีลงเสาเอกต้นแรกเมื่อวันที่ 25 เมษายน2558 ที่ผ่านมา  ซึ่งจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2561  โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าบางปะกง 1-2  กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์   โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว  ได้จัดรับฟังความคิดเห็นรายงานการประเมินผลกระทบผลกระทบ          สิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.)สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณา โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้  1-5  กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา  กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์  อยู่ระหว่างการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (.3)เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพรวมทั้งมาตรการป้องกันแก้ไขประมาณเดือนกรกฎาคม 2558

นอกจากนี้ กฟผ.ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบส่งเพื่อรองรับการเติบโตของโรงไฟฟ้าใหม่และพลังงานทดแทน และระบบส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid -APG)ซึ่งเป็นโครงการสำคัญรองรับการพัฒนาพลังงานร่วมกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558

         ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 เป็นต้นมาสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวลดลงค่อนข้างมากส่งผลให้สามารถปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2558จาก 69 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 58.96 สตางค์ต่อหน่วย ลดลง 10.04 สตางค์ถือเป็นการปรับลดค่า Ft  ลงมากที่สุดในรอบ 14 ปี

       สำหรับการดำเนินงานในอนาคต กฟผเดินหน้าสู่เป้าหมายองค์กรระดับโลก(Global Top Quartile Utility) โดยมียุทธศาสตร์ ด้าน คือ 1)การปรับปรุงความสามารถด้านการผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผ.ได้เพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้เทียบเท่าโรงไฟฟ้าระดับโลกโดยใช้กระบวนการ Best Practiceเพื่อให้การดำเนินงานแต่ละขั้นตอนมีความสูญเสียน้อยที่สุดและมีความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าสูงสุดสามารถเทียบเคียงกับโรงไฟฟ้าในยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการในโรงไฟฟ้า แห่ง คือโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ   โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ และเขื่อนวชิราลงกรณ ในส่วนของการขยายและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าได้นำกระบวนการ LeanConstruction ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้กฟผ.สามารถก่อสร้างโครงการให้เร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพื่อรองรับการขยายตัวของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  

          2)การขยายงานด้านธุรกิจต่อเนื่องร่วมกับบริษัทในเครือ กฟผ.ได้มองถึงธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้รัฐ เช่นธุรกิจด้านไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน  ธุรกิจต้นน้ำด้านการจัดหาเชื้อเพลิง    เช่นการนำเข้า LNG จากต่างประเทศ  เป็นต้น   3)การนำความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยกำลังก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในภูมิภาคต่างๆมีศูนย์หลักอยู่ที่สำนักงานใหญ่ กฟผซึ่งอยู่ระหว่างกำลังดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560ศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นจะเสนอความรู้ด้านการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่นที่ กฟผคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและความรู้ด้านกิจการไฟฟ้าของอาเซียน โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งนักเรียนนักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้จากศูนย์การเรียนรู้นี้ 4) การพัฒนาศักยภาพบุคคลากร รุ่นใหม่ กฟผ.เพื่อสร้างผู้นำในอนาคต

            ผู้ว่าการ กฟผกล่าวต่อไปว่า กฟผ.นอกจากจะต้องจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทยยังมุ่งเน้นการทำงานด้วยกระบวนการความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานในกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและดำเนินการโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจึงได้จัดกิจกรรม โครงการ  คือ 1)โครงการแว่นแก้วช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเพิ่มอีก 60,000 คน ภายในปี 2558ผู้สนใจร่วมสมทบทุนสามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสามพรานชื่อบัญชี "เงินบริจาคโครงการแว่นแก้วเลขที่บัญชี 734-0-19152-6หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2436 4647 และ 2) โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ ทั่วประเทศ ประมาณ  16,500  ไร่ (ปี 2558-2560)ขอเชิญประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับ กฟผ.สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูล กฟผโทร. 1416 หรือเข้าไปติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ค Egatreforest นอกจากนี้ กฟผ.ยังมีโครงการสนับสนุนการกีฬา อาทิ ยกน้ำหนัก เปตอง และการแข่งขันเรือพายเพื่อส่งเสริม พัฒนาศักยภาพและยกระดับนักกีฬาไทยสู่สากล

          ทั้งนี้ ในปี  2557 กฟผได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2557 จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  2 รางวัล คือรางวัลรัฐวิสาหกิจแห่งความภาคภูมิใจ และรางวัลนวัตกรรมดีเด่นประเภทชมเชยระดับองค์กร    ส่วนเวที Thailand Energy Awards 2014ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในประเภทองค์การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และรางวัลดีเด่นประเภทสื่อมวลชนจากเว็บไซด์ กฟผ.  และเวที Asian Power Awards 2014 ได้รับรางวัล Silverในสาขา Gas Power Project of the Year จากโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 2ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (One of the most ecofriendly power plant inAsia) รางวัลเหล่านี้สามารถการันตีการดำเนินงานของ กฟผ.ที่ตั้งใจดำเนินงานในการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี 

        นอกจากนี้ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 10 ? 11ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และขายคาร์บอนเครดิตได้ปีละเกือบ 4แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเวลา ปี นับเป็นโครงการ CDMจากการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งได้รับการรับรองจากกรรมการบริหาร CDM ของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ..2558 ที่ผ่านมา

        กฟผสะสมประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และการบริหารจัดการ ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า และระบบส่งของกฟผควบคู่กับการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อก้าวสู่ความเป็นองค์กรชั้นนำในกิจการไฟฟ้าระดับโลกให้สมกับเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งความภาคภูมิใจและสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

.....................

 

 

Comment : 46 ปี กฟผ. เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรชั้นนำไฟฟ้าระดับโลก
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ