"ณรงค์ชัย"เล็งชง กพช.ลดสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์

10/05/2015 | 1704 | Tags : News cate_sub_2_1

"ณรงค์ชัย"เล็งชง กพช.ลดสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์


      แหล่งข่าวด้านพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในวันที่ 14 พ.ค. 2558 นี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอวาระสำคัญเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเสนอ "แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว พ.ศ. 2558-2579 หรือ พีดีพี 2015" คือการเสนอให้ กพช.พิจารณาปรับลดสัดส่วนปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศลง จากปัจจุบันกำหนดให้ภาคเอกชนมีการสำรองน้ำมัน 6% ของปริมาณการค้าประจำปี หรือเท่ากับมีการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย 43 วันของความต้องการใช้ในประเทศ หรือประมาณ 28 ล้านบาร์เรล 
ทั้งนี้การเสนอ กพช.ให้ปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันประเทศลงดังกล่าว คาดว่าจะปรับลดลง 1% เหลือสำรองเพียง 5% หรือเท่ากับมีสำรองน้ำมันในประเทศเหลือเพียง 36 วัน และมีแนวโน้มว่าอาจจะปรับลดมากกว่าอัตราดังกล่าวได้ด้วย 
อย่างไรก็ตามหมายความว่าไทยจะกลับไปยืนอยู่จุดเดิมบนความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมากระทรวงพลังงานเคยใช้ความพยายามหลายปีกว่าจะปรับเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศจาก 5% หรือสำรอง  36  วัน เป็น 6% หรือ 43 วัน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินได้ และทำสำเร็จเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2556 นอกจากนี้ยังเคยมีเป้าหมายที่เพิ่มสำรองน้ำมันไปถึงระดับสากลที่ 90 วันของความต้องการใช้ในประเทศด้วย แต่สุดท้ายกระทรวงพลังงานภายใต้การบริหารงานของนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ตัดสินใจกลับไปสำรองน้ำมันเท่าเดิมอีกครั้ง 
สำหรับเหตุผลการปรับลดสำรองน้ำมันประเทศนั้น เบื้องต้นเกิดจากความเห็นว่าการสำรองน้ำมัน 6% ในขณะนี้ ถือว่ามากเกินไปและเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการน้ำมัน รวมทั้งปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงมาก ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองฉุกเฉินไว้สูง และการปรับลดสำรองอาจทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลงได้ แต่คาดว่าจะไม่เกิน 5 สตางค์ต่อลิตร 
อย่างไรก็ตามเห็นว่า การสำรองน้ำมันด้านยุทธศาสตร์ประเทศ ไม่ควรมองเฉพาะด้านผลประโยชน์ของเอกชน หรือ หวังลดราคานำ้มันเพียงนิดหน่วย เนื่องจากการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นก็เพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉินที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเมื่อใด ดังนั้นจะต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพื่อไม่ให้ประเทศขาดแคลนน้ำมัน นอกจากนี้แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันจะอยู่ในช่วงขาลง แต่แนวโน้มราคาเริ่มปรับขึ้นบ้างแล้ว ดังนั้นความไม่แน่นอนของราคาในตลาดโลกยังมีอยู่เสมอ จึงไม่ควรนำเรื่องราคามาเป็นปัจจัยพิจารณาปรับลดสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ประเทศแต่อย่างใด  
ทั้งนี้การเสนอปรับลดสำรองน้ำมันใน กพช. ดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะปรับลดน้ำมันสำเร็จรูปลงและให้คงสำรองน้ำมันดิบไว้เท่าเดิม ซึ่งวิธีการดังกล่าวถือว่าเสี่ยงต่อความมั่นคงพลังงานประเทศสูง เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านน้ำมันขึ้นจริง ประเทศมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปมากกว่าน้ำมันดิบ ที่ต้องนำไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปอีกที อีกทั้งในอนาคตหากจำเป็นจะขอให้เอกชนกลับมาสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจะเป็นไปได้ยาก เพราะการสำรองน้ำมันต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก 
  แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ทั้งนี้หาก กพช. พิจารณาเห็นด้วยกับการปรับลดสำรองน้ำมันประเทศจริง จะมีผลต่อการปฏิบัติทันที หลังจากกรมธุรกิจพลังงานออกประกาศใช้ ซึ่งเอกชนบางรายที่สร้างคลังเก็บสำรองน้ำมันอาจได้รับผลกระทบดังกล่าวเนื่องจากลงทุนไปแล้ว ส่วนกลุ่มที่เช่าคลังน้ำมันจะได้รับประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งในเรื่องนี้เชื่อว่ายังไม่มีการหารือกับผู้ประกอบการน้ำมันมาก่อนถึงผลดีเสียที่จะเกิดขึ้นด้วย
.........................

Comment : "ณรงค์ชัย"เล็งชง กพช.ลดสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์