โรงกลั่นบางจากฯ ปลื้มผลงานไตรมาสแรกสดใส

15/05/2015 | 1958 | Tags : News cate_sub_2_1

โรงกลั่นบางจากฯ ปลื้มผลงานไตรมาสแรกสดใส



           นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลดำเนินการในไตรมาสแรกว่า เฉพาะการบริหารงานมีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของบริษัทใหญพิ่มขึ้น ป็นผลจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและสภาพเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น และในไตรมาสนี้โรงกลั่นน้ำมันบางจาก มีการกลั่นเฉลี่ย 108,630 บาร์เรลต่อวัน มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 10.19 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อีกทั้งมีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินเพิ่มเติม

         โดยผลการดำเนินงานของ บริษัท บางจากฯ และบริษัทย่อย ในไตรมาสแรกของปี 2558 มีรายได้จาก
การขายและการให้บริการรวม 39,445 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA2,333 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10 และมีกำไรสุทธิ 1,056 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,037 ล้านบาท ลงลงร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.75 บาท อย่างไรก็ตามบริษัท มีแผนในการขยายธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งธุรกิจด้านพลังงานและธุรกิจ Non-Oilอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิม เพิ่มรายได้เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและเพิ่มศักยภาพ พร้อมเข้าสู่ธุรกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

         อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส ปี 2557 บริษัท บางจากฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการลดลงร้อยละ 14 แต่มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้นร้อยละ 286 และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 142

         นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า รายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลง เป็นผลมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมากตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 โดยราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบในไตรมาสแรกของปี 2557 อยู่ที่ 104.45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในไตรมาสที่ 4 เท่ากับ 74.37 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และไตรมาสแรกของปี 2558 เท่ากับ 51.76 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทำให้การขาดทุนสต็อกน้ำมันในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 มากถึงระดับ 4,417 ล้านบาทและขาดทุนลดลงเพียง 1,790 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ 

       ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบจะมีการปรับตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุดในช่วงเดือนมกราคมปีนี้ แต่ต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่ใช้เข้ากลั่นในไตรมาสนี้บางส่วน ยังคงสะท้อนราคาต้นทุนน้ำมันดิบของช่วงปลายปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง จึงทำให้บริษัท บางจากฯ ยังคงขาดทุนสต็อกน้ำมัน รวม 1,766 ล้านบาท

ในส่วนของธุรกิจการตลาดมีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวม1,344 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโรงกลั่น ประกอบกับเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีผลต่อความต้องการใช้น้ำมัน ทำให้ปริมาณการจำหน่ายผ่านตลาดค้าปลีกเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีปริมาณการจำหน่ายผ่านตลาดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันดีเซล ทำให้ในไตรมาสแรกของปีนี้มีค่าการตลาดรวมอยู่ที่ 0.75 บาทต่อลิตร โดยบริษัท บางจากฯ ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับที่ 2 ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเน้นขายผ่านสถานีบริการเป็นหลัก มีการเปิดสถานีบริการใหม่ที่มีคุณภาพและมีภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

        ด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ทั้ง เฟสที่ปัจจุบันสามารถดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็มกำลังการผลิตจำหน่ายรวม 118 เมกะวัตต์ มีรายได้รวม 752 ล้านบาท และมีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวม 64.96ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

       ธุรกิจไบโอดีเซลมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 355,000 ลิตรต่อวัน มีรายได้ 1,235 ล้านบาท โดยมีปริมาณ
การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 จำนวน 36 ล้านลิตร ซึ่งรายได้และปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง เป็นผลจากการที่ภาครัฐปรับลดสัดส่วนการผสมผลิตภัณฑ์ B100 ในน้ำมันดีเซลจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 3.5 เนื่องจากปัญหาอุปทานผลผลิตปาล์มน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ และรายได้จากการขายกลีเซอรีนลดลง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากราคาขายต่อหน่วยที่ปรับลดลงอย่างมาก ในขณะที่ปริมาณการจำหน่ายปรับลดลงเพียงเล็กน้อย
       อนึ่ง ความคืบหน้าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศสิงคโปร์ซึ่งบริหารงานโดยบริษัทย่อย 
BCP Energy International Pte. Ltd. มีรายได้จากการขาย 501 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 11 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ NIDO ได้ซื้อหุ้น ของบริษัท Galoc Production Company WLL (GPC) ซึ่งเป็นผู้ถือครองสัดส่วนร้อยละ 33ของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc ในประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ปัจจุบัน Nido มีสัดส่วนการถือครองในแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ร้อยละ 22.88 เป็นร้อยละ 55.88 และเป็นผู้ดำเนินการ (Operatorship) ในแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc ด้วย โดยมูลค่าการลงทุนดังกล่าวคิดเป็นเงิน 87.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2,876 ล้านบาท

-------------------------------------------------------------------------------------

Comment : โรงกลั่นบางจากฯ ปลื้มผลงานไตรมาสแรกสดใส
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ