กระทรวงพลังงานยืนยันร่างของกฎหมายปิโตรเลียมเน้นผลประโยชน์ของประเทศ

07/07/2015 | 1341 | Tags : News cate_sub_2_1

กระทรวงพลังงานยืนยันร่างของกฎหมายปิโตรเลียมเน้นผลประโยชน์ของประเทศ

      นายคุรุจิต  นาครทรรพ  ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน (คปพ.)  นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร่างกฎหมายปิโตรเลียม และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพลังงานในประเด็นต่างๆ ผ่านการแถลงข่าวต่อสาธารณชน มีหลายประเด็นคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน   แก่ทุกภาคส่ว จึงขอชี้แจงรายละเอียด ดังนี้

      -  ร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  กระทรวงพลังงานที่คณะรัฐมนตรีด้เห็นชอบเมื่อวันที่   12 พฤษภาคม  2558  และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรี และ สนช. พิจารณาต่อไป นั้น ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติและเวทีเสวนาสาธารณะหลายครั้งในรอบปีที่ผ่านมา   โดยมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการเพิ่มทางเลือกในการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ (รอบที่21) ให้รัฐบาลพิจารณาใช้ระบบสัมปทาน Thailand 3+ หรือระบบแบ่งปันผลผลิต (PSCหรือทั้งสองระบบก็ได้ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสำหรับแปลงสำรวจที่จะเปิดให้มีการลงทุนโดยเอกชน ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในการจัดหาปิโตรเลียมของประเทศ

      -  กฎหมายที่มีการนำเสนอเพื่อพิจารณาครั้งนี้จะใช้เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม  เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ  มิได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สัมปทานจะหมดอายุในปี 2565 - 2566 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้วางกรอบไว้เมื่อ 14 พฤษภาคม 2558 และมอบหมายให้กระทรวงพลังงานศึกษาแนวทางและหาข้อยุติภายในหนึ่งปี

    -  อำนาจการให้สัมปทานหรือทำสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSCในการเปิดให้ขอสิทธิ สำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมเป็นของคณะรัฐมนตรีมิใช่เป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  จึงไม่สามารถใช้ดุลพินิจส่วนบุคคลได้          

      - ระบบ PSC ที่จะนำมาใช้เป็นทางเลือกในการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ คือ ระบบแบ่งปันผลผลิตที่มีต้นแบบอยู่แล้วในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) 

        กระทรวงพลังงานขอยืนยันอย่างมั่นใจว่าทั้งสองทางเลือกไม่สามารถเจรจาโดยไม่เปิดเผยตามความเข้าใจผิดๆของ คปพ.ได้  แต่ในความเป็นจริงจะกำหนดอย่างชัดเจนและเปิดเผยผ่านการออกประกาศเชิญชวนรอบใหม่เพื่อให้เกิดการแข่งขันยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดและต้องไม่ต่ำกว่าผลประโยชน์ขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎหมาย ซึ่งระบบนี้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชนอย่างแท้จริง

      ปัจจุบันปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยลดลงปีละมาณ 1.6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่คนไทยใช้ก๊าซธรรมชาติปีละ 1.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต โดยในรอบ ปีที่ผ่านมาสามารถค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ในประเทศเพียง 0.039 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประเทศในการจัดหาแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติมในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้อดำเนินการตามภารกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของศักยภาพของแหล่งทรัพยากร ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ โอกาสและการดึงดูดใจทางด้านการลงทุ  ซึ่งมุ่งเน้นผลประโยชน์ประเทศชาติอย่างสูงสุด

....................

Comment : กระทรวงพลังงานยืนยันร่างของกฎหมายปิโตรเลียมเน้นผลประโยชน์ของประเทศ
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ