รู้ทันพลังงาน ตอนที่1 ( เครือข่ายภาคประชาชน เป็นเพียงประชาชนกลุ่มหนึ่ง )



รู้ทันพลังงาน  ตอนที่1 ( เครือข่ายภาคประชาชน เป็นเพียงประชาชนกลุ่มหนึ่ง )


จุดได้เปรียบของการต่อสู้ สำหรับเอ็นจีโอต่างชาติอย่าง กรีนพีซ ที่ออกทุนสนับสนุนการสร้างเครือข่ายนักวิชาการและเอ็นจีโอไทยคือการที่เรียกตัวเองว่าเป็นเครือข่าย ภาคประชาชน  เพราะทำให้คนทั่วไปเข้าใจภาพของกลุ่มตนว่า เป็นเสมือนตัวแทนของประชาชนที่กำลังต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของรัฐ  ทั้งๆที่ในความเป็นจริงคนกลุ่มนี้ก็เป็นเพียงสำนักคิดหนึ่ง ในสังคม ที่มีสิทธิ เสรีภาพในการถแสดงความคิดเห็น ต่อรัฐ หรือต่อสาธารณะ เช่นเดียวกับคนกลุ่มอื่นๆ

เครือข่ายนักวิชาการและเอ็นจีโอไทย จัดตั้งเป็นกลุ่มก้อนกันหลายชื่อ ทั้ง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ,มูลนิธินโยบายสุขภาวะ, สมาคมรักษ์ทะเลไทย ,กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงาน และล่าสุดก็เป็น กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน ที่ออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเดินถือธงเขียว เสนอแนวทางการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งอ่านดูแล้ว ก็เป็นแบบพิมพ์เดียวกันกับกลุ่มอื่นๆ เพียงแต่อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน เท่านั้น

โดยภาพรวมแล้วเนื้อหาและข้อมูลที่กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน นำเสนอนั้น ถ้าอ่านดูโดยไม่ได้คิดวิเคราะห์ หรือมีข้อมูลพื้นฐานมาก่อน ก็ชวนให้เชื่อและคล้อยตามได้ง่ายๆ  เพราะใช้กลวิธีเลือกหยิบความจริงบางส่วนมาพูด แต่พูดไม่หมด

**พวกเขาจั่วหัวเรื่อง บอกว่าประเทศไทยเปลี่ยนนโยบายพลังงานตามรอบรัฐบาล  ปันเงินภายใต้ระบบสัมปทาน และประชาชนยังถูกปฏิเสธความเป็นเจ้าของพลังงาน ฟังแล้วดูดีใช่มั๊ยครับ

แต่ในข้อเท็จจริงที่พวกเขาไม่ได้บอกก็คือ  นโยบายพลังงานที่เปลี่ยนไปตามรอบรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ปลีกย่อยในรายละเอียดเท่านั้นซึ่งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา  แต่แกนหลักของนโยบายที่เป็นโครงสร้างหลัก ไม่ได้มีการเปลี่ยนกลับไปกลับมา ให้นักลงทุนต้องคลายความเชื่อมั่น  เรายังต้องสร้างความมั่นคงพลังงาน  ด้วยการเปิดให้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศเพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง  การสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานออกไปลงทุนหาแหล่งพลังงานนอกประเทศ ต้องส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการนำเข้า  รวมทั้งส่งเสริมให้มีการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน

ส่วนที่บอกว่า มีการปันเงินภายใต้ระบบสัมปทานปิโตรเลียมนั้น   เงินที่ปันก็คือรายได้จากค่าภาคหลวง ภาษี ที่ต้องส่งเข้ากระทรวงการคลังเป็นรายได้ของรัฐ และปันส่วนหนึ่งไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้พัฒนาท้องถิ่นของตนเองที่อยู่ในพื้นที่สัมปทาน  ไม่มีใครที่จะปันเงินจากสัมปทานไปเข้าพกเข้าห่อตัวเองได้ เพราะทำแล้วก็ผิดกฎหมาย

อีกประเด็นที่ชวนให้คนเข้าใจผิด คือ ที่บอกว่าประชาชนยังถูกปฏิเสธความเป็นเจ้าของพลังงาน  ซึ่งไม่จริง เพราะปิโตรเลียมที่อยู่ใต้ดิน เป็นของประชาชนทุกคนอยู่แล้ว แต่มอบหมายให้เจ้าพนักงานของรัฐเป็นผู้บริหารจัดการแทน และมีฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เป็นตัวแทนเข้ามากำกับดูแลนโยบายซึ่งก็มีความเป็นสากล  เมื่อจัดเก็บรายได้ก็ส่งเข้ากระทรวงคลัง เพื่อนำไปจัดสรรให้ภาคส่วนอื่นๆได้ใช้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน สิ่งที่น่าตั้งคำถามก็คือ ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องอยากเป็นเจ้าของพลังงานนั้น เป็นประชาชนกลุ่มไหน  เป็นตัวแทนของประชาชนทุกคนทั้งประเทศหรือไม่  จะจัดสรรประโยชน์ให้ใครกันแน่? เฉพาะกลุ่มของตนหรือไม่?   มีใครที่อยู่เบื้องหลัง?

Energy24hours

Comment : รู้ทันพลังงาน ตอนที่1 ( เครือข่ายภาคประชาชน เป็นเพียงประชาชนกลุ่มหนึ่ง )
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ