กกพ.ยอมรับเอกชนยังร่วมลดใช้ไฟฟ้าแบบสมัครใจน้อย

17/07/2015 | 1713 | Tags : News cate_sub_2_1

กกพ.ยอมรับเอกชนยังร่วมลดใช้ไฟฟ้าแบบสมัครใจน้อย


         นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษกของ กกพ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) ครั้งที่ 2/2558 ว่า หลังจากเตรียมความพร้อมในการลดการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ที่อาจจะได้รับผลกระทบไฟฟ้าไม่เพียงพอในช่วงแหล่งก๊าซ JDA-A18 หยุดผลิต 5 วัน คือระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2558 ซึ่งได้เลื่อนจากกำหนดเดิมคือ วันที่ 19-23 กรกฎาคม 2558เนื่องจากการขนถ่ายอุปกรณ์เพื่อเข้าซ่อมในพื้นที่ประสบปัญหาสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการได้  โดยจากการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ได้มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 162 ราย เสนอลดสูงสุดจำนวน 48.84 เมกะวัตต์ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.ค. 58) 

         สำหรับโครงการ Demand Response ในครั้งนี้ กกพ. ขอให้ประชาชนและภาคเอกชนลดใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30-21.30 น. (3 ชั่วโมง) ในระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2558 และคาดหวังว่าโรงงาน และผู้ประกอบการ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จะลดใช้ไฟฟ้าตามที่แจ้งไว้ หากทำได้ก็จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในภาคใต้และลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการกำเนิดไฟฟ้าระหว่างที่ก๊าซฯ ขาดแคลน สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ Demand Response ในครั้งนี้ จะได้รับเงินชดเชยที่อัตรา 3.40 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้ายในการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาในช่วงที่ระบบมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด

        โดยในช่วงที่แหล่ง JDA-A18 หยุดผลิตนั้น กฟผ. แจ้งว่า กำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ รวมการส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งจากภาคกลาง จะเหลือเท่ากับ 2,828 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2,350 เมกะวัตต์ ตามมาตรฐาน และระบบส่งสามารถรองรับมาตรฐานความมั่งคงได้ทุกกรณี  สำหรับการจัดสรรกำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการในภาคใต้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้าในภาคใต้ทุกโรง โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าต่ำสุดของโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องได้ในภาคใต้อยู่ที่ 2,138 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ได้เตรียมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่ (น้ำมันเตา) และโรงไฟฟ้าจะนะชุด 1 (น้ำมันดีเซล) รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เกินกว่ากำลังผลิตไฟฟ้าต่ำสุด โดยมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าทั้งสองโรงเท่ากับ 4.14 บาทต่อหน่วย และ 4.17 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ โครงการ Demand Response ครั้งที่ 2/2558 จึงได้กำหนดเป้าหมายการลดการใช้กำลังไฟฟ้าไว้ที่ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าจะนะได้

         "สำหรับโครงการ Demand Response ครั้งนี้ และครั้งที่ 1/2558 ซึ่ง กกพ. ได้ดำเนินการเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ กกพ. ที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการลดการใช้กำลังไฟฟ้า ให้สามารถใช้มาตรการ Demand Response ได้จริงเมื่อระบบไฟฟ้าประสบภาวะต้นทุนสูงหรือภาวะวิกฤติในอนาคต ที่ผ่านมา กกพ. ได้คำนึงและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกำลังการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นสำคัญ" นายวีระพล กล่าวเสริม

...................


Comment : กกพ.ยอมรับเอกชนยังร่วมลดใช้ไฟฟ้าแบบสมัครใจน้อย
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ