นายกสมาคมแสงอาทิตย์ไทย หวั่นหลักเกณฑ์โซล่าร์ราชการสหกรณ์เอื้อประโยชน์ผูกขาด

03/09/2015 | 2245 | Tags : News cate_sub_2_1

นายกสมาคมแสงอาทิตย์ไทย หวั่นหลักเกณฑ์โซล่าร์ราชการสหกรณ์เอื้อประโยชน์ผูกขาด

 

    นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย (Thai Photovoltaic Industries Association: TPVA) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติตั้งแต่ปลายปี 2557 ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ปริมาณ 800 เมกะวัตต์  และขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการยกร่างหลักเกณฑ์รายละเอียดการดำเนินการโครงการ ซึ่งกำลังจะประกาศใช้บังคับในต้นเดือนกันยายนนี้

     

     ทางสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ได้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ แล้วพบว่า ยังมีหลายประเด็นมีจุดอ่อนที่น่าเป็นห่วงว่า จะเป็นช่องทางเอื้อให้กลุ่มบางกลุ่มได้เปรียบ ผูกขาด หรือทำให้เกิดการความเหลื่อมล้ำ ได้แก่

 

1. ไม่ควรกำหนดว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรที่จะเข้าโครงการจะต้องผ่านการประเมินมาตรฐานคุณภาพจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ในรอบปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่า ในประเทศไทยมีสหกรณ์ภาคการเกษตรอยู่กว่า 4,000 แห่ง หากกำหนดคุณสมบัติเช่นนี้ จะทำให้สหกรณ์จำนวนมากเสียโอกาสที่จะสมัครเข้าโครงการ เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ แบ่งแยกสหกรณ์  อีกทั้งในโครงการนี้ สหกรณ์ไม่ใช่เป็นผู้ลงทุน แต่ภาคเอกชนบริษัทเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนให้  และแบ่งปันรายได้ให้แก่สหกรณ์  บริษัทเอกชนจะเป็นทั้งผู้ลงทุนโซลาร์ฟาร์ม ก่อสร้าง บริหารโซลาร์ฟาร์ม บำรุงรักษาให้ทั้งหมด ดังนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้สหกรณ์ภาคการเกษตรที่จดทะเบียนถูกต้อง ไม่มีประวัติทุจริตหรือทำผิดกฎหมายได้มีสิทธิเข้าโครงการทั้งหมด

2. ไม่ควรกำหนดว่า สหกรณ์ภาคการเกษตร 1 สหกรณ์สามารถยื่นเข้าร่วมโครงการได้เพียง 1 โครงการ  ขอเสนอให้เปิดกว้างว่า สหกรณ์แต่ละสหกรณ์สามารถยื่นเข้าร่วมโครงการได้หลายโครงการ  ทั้งนี้เพราะว่า หากจำกัดเพียง 1 โครงการ จะทำให้เอื้อต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาผูกขาดและยึดโครงการไปได้จำนวนมาก  จึงควรเปิดให้บริษัทผู้สนับสนุนโครงการรายย่อยสามารถมีโอกาสลงทุนให้สหกรณ์ได้หลายโครงการ จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่สหกรณ์  ในที่สุดแล้ว โครงการใดจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ จะต้องผ่านการจับสลากอยู่ดี 

3. ในร่างประกาศ ได้มีการเปิดเผยตารางเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งมีข้อผิดปกติอยู่หลายประเด็น กล่าวคือ ตัวอย่างภาคเหนือประกาศเป้าหมายรับซื้อเพียง 5 เมกะวัตต์ แต่จากการที่สมาคมฯ ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของสายส่ง สายจำหน่าย ภาคเหนือยังมีปริมาณรับซื้อได้อีกหลายสิบเมกะวัตต์ การที่แต่ะภาคยังมีปริมาณของสายส่งอีกหลายร้อยเมกะวัตต์ แต่การประกาศน้อยเช่นนั้น อาจเป็นการล็อคพื้นที่ ล็อคสายส่งสายจำหน่ายไว้ล่วงหน้า  (และล็อคสหกรณ์ ตามที่ร้องเรียนแล้วว่า เขากำลังล็อคสหกรณ์ให้เพียง  1 โครงการ คนอื่นห้ามเข้า)   ข้อเสนอคือ ควรรีบเปิดเผยความสามารถของสายส่งสายจำหน่ายให้หมด  เปิดให้สหกรณ์เลือกพื้นที่ลงทุนได้เอง  โดยไม่ต้องมีการล็อคสายส่งสายจำหน่าย

4. ในร่าง ระบุว่า จะมีประกาศปริมาณสายส่งที่รับซื้อไฟฟ้าได้กลางเดือนกันยายน 2558  จึงเป็นห่วงว่า ช่วงเวลาหลายสัปดาห์นี้  อาจมีขบวนการหรือกลุ่มคนที่ได้ข้อมูลพิเศษ และนำไปกว้านทำสัญญากับสหกรณ์ล่วงหน้าจึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

5. ในร่าง กำหนดให้ยื่นใบสมัครขอเข้าร่วมโครงการวันที่ 1-7 พฤศจิกายน2558  ควรเลื่อนออกไป เช่น เดือนธันวาคม 2558 เพราะว่า หน่วยงานที่จะเข้าร่วมโครงการ เช่น สหกรณ์ภาคการเกษตรจะต้องมีการประชุมใหญ่ของสมาชิก ต้องคัดเลือกผู้สนับสนุน  และหน่วยงานราชการต้องมีกระบวนการคัดเลือกผู้สนับสนุนและขออนุมัติการใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์และหน่วยงานราชการต้องทำสัญญาร่วมทุนกับเอกชน ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ซึ่งถ้าเป็นโครงการเกิน 1,000ล้านบาทต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี หรือถ้าน้อยกว่า ก็ต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีกระทรวงนั้นๆ  การกำหนดวันยื่นสมัครเร็วเป็นต้นเดือนพฤศจิกายน อาจเป็นการเอื้อพิเศษให้กับบางหน่วยงานราชการหรือไม่ ทำให้รายอื่นขออนุมัติไม่ทัน 

6. โครงการนี้ ควรมีมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์วัสดุที่ผลิตได้ในประเทศ เช่น แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์  เช่น ถ้าใช้แผงเซลล์ที่ผลิตในประเทศจะได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าราคาพิเศษสูงกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้า (เดิม Fit 5.66 บาทต่อหน่วย 25 ปี)  ให้จำนวนปีที่นิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลยาวนานขึ้น เป็นต้น

  ..............................

 


Comment : นายกสมาคมแสงอาทิตย์ไทย หวั่นหลักเกณฑ์โซล่าร์ราชการสหกรณ์เอื้อประโยชน์ผูกขาด