คุรุจิต จี้ เปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ21 หวังลดนำเข้าพลังงาน ช่วยต้นทุนไฟฟ้าประชาชน

20/11/2015 | 779 | Tags : News cate_sub_2_1

คุรุจิต จี้ เปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ21 หวังลดนำเข้าพลังงาน ช่วยต้นทุนไฟฟ้าประชาชน

     
       นายคุรุจิต นาครทรรพ  อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และตัวแทนกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยในงานเสวนา "ปฏิรูปพลังงานทำไม เพื่อใคร อย่างไร" ที่ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า เหตุผลความจำเป็นที่ไทยต้องเดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 คือ 1. เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบปริมาณสำรองปิโตรเลียม โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มว่าจะไม่พอใช้ และต้องนำเข้ามากขึ้น ในราคาที่แพงมากขึ้นในอนาคต  

        โดยปัจจุบันเหลือปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้ว (P1 หรือ มีความมั่นใจถึง90%) เหลือใช้อยู่อีกแค่ 5.8 ปี เท่านั้น ดังนั้นจะต้องเปิดสำรวจปิโตรเลียมเพื่อนำปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่คาดว่าจะมี (P2 หรือ มีความมั่นใจ 50%) ที่คาดว่าเหลือใช้ได้ 11.7 ปี นำออกมาใช้ได้
  
          2. เพื่อให้กิจกรรมการสำรวจและผลิต มีความต่อเนื่อง เพราะเป็นต้นทางของธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น  ผลิตไฟฟ้า ปิโตรเคมี การก่อสร้างและบริการต่างๆ 

         3. ระบบสัมประทานไทยแลนด์3 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความเหมาะสมกับศักยภาพธรณีวิทยาของไทย ตอบสนองต่อนโยบายรัฐได้ 

           และ4. การเปลี่ยนระบบเป็น "แบ่งปันผลผลิต หรือ พีเอสซี" ต้องใช้เวลาศึกษาและร่างกฎหมาย และไม่สามารรถยืนยันได้ว่า เปลี่ยนแล้วระบบจะดีกว่าเดิม รวมถึงต้องมีรายละเอียดของระบบแบ่งปันผลผลิตด้วย 

       ดังนั้นหากไทยจะแก้ปัญหาด้วยการหันไปนำเข้าปิโตรเลียมจากต่างประเทศ แทนการเปิดสำรวจของที่มีในประเทศมาใช้  จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าให้แพงขึ้น รวมถึงต้นทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสูงขึ้นและการจ้างงานในประเทศได้รับผลกระทบไปด้วย 

       สำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมรอบที่21 มีทั้งสิ้น 29 แปลง รวมพื้นที่ทั้งหมด 66,463.51 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น ภาคเหนือ-ภาคกลาง 6 แปลง ภาคอีสาน 17 แปลง และอ่าวไทย 6 แปลง โดยผลที่คาดว่าจะได้รับจากการเปิดสำรวจ คือ  จะมีมูลค่าการลงทุน 5,000 ล้านบาท ปริมาณทรัพยากรแบ่งเป็นก๊าซธรรมชาติ1-5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบ 20-50 ล้านบาร์เรล 

        นายมนูญ ศิริวรรณ ตัวแทนกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน กล่าวถึงกรณีที่เกิดความเห็นต่างว่าระบบสัมปทานหรือระบบพีเอสซี แบบไหนจะให้ผลประโยชน์แก่ประเทศมากกว่ากันนั้นว่า การเก็บผลประโยชน์ระบบสัมปทาน หรือ พีเอสซี จะเป็นแบบไหนก็ได้ เพราะการเก็บได้มากหรือน้อยขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งปิโตรเลียมมากกว่า แต่ที่สำคัญเงินที่เก็บได้ภาครัฐจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรจึงจะเหมาะสมกว่ากัน ระบบหว่างการอุดหนุนราคาพลังงานหรือให้กระทรวงคลังไปจัดสรรเป็นสวัสดิการต่างๆให้ประชาชน 
..........................

Comment : คุรุจิต จี้ เปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ21 หวังลดนำเข้าพลังงาน ช่วยต้นทุนไฟฟ้าประชาชน
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ