ราคาน้ำมันลดกระทบธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมปลดคนงานกว่า5-6พันคน

03/02/2016 | 1670 | Tags : News cate_sub_2_1

ราคาน้ำมันลดกระทบธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมปลดคนงานแล้ว5-6พันคน


        นายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่าราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจแท่นขุดเจาะน้ำมันหยุดกิจการชั่วคราวแล้ว 2 แท่น ได้แก่ แท่นสงขลา C และ G กำลังการผลิตรวม 2,600 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งทั้ง 2 แท่นจะกลับมาเดินเครื่องการผลิตอีกครั้ง เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ภาพรวมทั้งระบบมีการปลดแรงงานแล้วรวม 5-6 พันคน เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการขุดเจาะปิโตรเลียมออกไปก่อน จนกว่าระดับราคาจะคุ้มค่าแก่การลงทุน 

      อย่างไรก็ตามเห็นว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงถือเป็นจังหวะที่ดีต่อการลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เนื่องจากบริษัทรับขุดเจาะปิโตรเลียมต่างๆ กำลังขาดงาน ดังนั้นราคาค่าจ้างการขุดเจาะจึงถูกลงในขณะนี้ ดังนั้นหากเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ 21 ได้ จะเป็นโอกาสที่ดีต่อนักลงทุนและส่งผลดีต่อประเทศชาติด้านความมั่นคงพลังงานมากขึ้น โดยขณะนี้การเปิดสำรวจฯยังอยู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งภาครัฐยังตั้งเป้าหมายให้เปิดสำรวจฯให้ได้ภายในปีนี้

        นอกจากนี้กรมฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียม อาทิ แท่นผลิตและท่อปิโตรเลียม ทั้งบนบกและในอ่าวไทย  โดยนับเป็นการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมครั้งแรกของประเทศไทยนับตั้งแต่มีการให้สัมปทานปิโตรเลียมมา ทั้งนี้กรมฯจะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีก 8 ครั้ง ก่อนจะประกาศเป็นกฎกระทรวงเกี่ยวกับแนวทางการรื้อถอนที่ชัดเจน คาดว่าจะแล้วเสร็จภาย 8-9  เดือนนี้
    
     สำหรับกลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องเตรียมการรื้อถอน และต้องส่งแผนประเมินค่าใช้จ่ายและแผนการรื้อถอนมายังกรมฯ ได้แก่ 1. ผู้ที่หยุดผลิตปิโตรเลียมเป็นเวลา  1 ปี กลุ่มที่ 2. ผู้รับสัมปทานที่เหลือปริมาณสำรองปิโตรเลียมในแหล่งผลิตเพียง 40% และ 3. กลุ่มที่เหลืออายุสัมปทานปิโตรเลียม5 ปี 

     ทั้งนี้ค่ารื้อถอนนั้น ผู้ผลิตปิโตรเลียมจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยต้องมีการวางเงินประกันการรื้อถอนให้ทางกรมฯ ไว้ 100% หลังจากนั้นกรมฯ จะส่งต่อให้คณะกรรมการปิโตรเลียมทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่พิจารณาตามลำดับขั้น จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งติดตั้ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมอื่นๆ 

      สำหรับแท่นปิโตรเลียมในอ่าวไทยปัจจุบันมีทั้งหมด  435  แท่น  และบนบก กว่า  100  แท่น  ซึ่งกรมฯอยู่ระหว่างพิจารณาว่าแท่นใดต้องรื้อถอน และแท่นใดที่กรมฯจะให้เก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์ ในอนาคต แต่จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้แท่นที่ยังมีประโยชน์ตกมาเป็นของรัฐก่อน 

      ส่วนการรื้อถอนคาดว่าต้องใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้รวมถึงแท่นปิโตรเลียมขนาดใหญ่ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. และบริษัท เชฟรอนด้วย ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในอีก 6-7 ปีข้างหน้า ซึ่งทางกรมฯ ประเมินว่าจะไม่สามารถรื้อถอนแท่นผลิตกลางของบริษัท ปตท.สผ. ซึ่งเป็นแท่นที่รับก๊าซจากบริษัทย่อยอื่นๆ ได้ เนื่องจากจะกระทบต่อการขนส่งปิโตรเลียมทั้งระบบ จึงมีข้อกำหนดว่าหากภาครัฐไม่ต้องการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมใด ต้องแจ้งให้เอกชนเจ้าของแท่นทราบก่อนหมดสัญญาสัมปทานเป็นเวลา 2 ปี 

...................................

Comment : ราคาน้ำมันลดกระทบธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมปลดคนงานกว่า5-6พันคน