ปตท.สผ.ยืนยัน25 ปีของการลงทุนในเมียนมาร์ เพื่อพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของสองประเทศ



ปตท.สผ. ยืนยัน 25 ปีของการลงทุนในเมียนมาร์  เพื่อพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของไทยและเมียนมาร์

คาดลงทุนเพิ่ม 3.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในช่วงปี  2557-2561


นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า  บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ปตท.สผ.อ.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ปตท.สผ. ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ได้จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยมีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นาย เซ ยา อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของเมียนมาร์  ข้าราชการระดับสูงของทั้งสองประเทศ และผู้บริหารของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ปตท.สผ. ให้เกียรติเข้าร่วมงาน  ณ ห้องเมียนมาร์ บอลรูม โรงแรมซูเล แชงการีล่า เมืองย่างกุ้ง

ตลอด 25 ปี ปตท.สผ. มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเมียนมาร์ เพื่อนำพลังงานขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งประเทศไทยและเมียนมาร์  ซึ่งเรามีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจปิโตรเลียมในเมียนมาร์อย่างยั่งยืน นายเทวินทร์ กล่าว

 

การลงทุนในเมียนมาร์

เมื่อปี 2532  ปตท.สผ. ได้เริ่มเข้าไปลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเมียนมาร์  ต่อมาได้ร่วมลงทุนกับบริษัทน้ำมันนานาชาติในโครงการยาดานา และโครงการเยตากุน  หลังจากนั้น ปตท.สผ. ได้ขยาย  การลงทุนและเข้าเป็นผู้ดำเนินการเองในหลาย ๆ โครงการ ได้แก่ โครงการซอติก้า โครงการเมียนมาร์ เอ็ม 11, โครงการเมียนมาร์ เอ็ม 3, โครงการเมียนมาร์ เอ็มโอจีอี 3, โครงการเมียนมาร์ พีเอสซี จี และอีพี 2 และ โครงการเมียนมาร์ MD-7 และ MD-8 ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 4 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ด้านการผลิตปิโตรเลียมในเมียนมาร์ ณ เดือนสิงหาคม 2557 ปตท.สผ. ได้ผลิตก๊าซธรรมชาติสะสม ในสัดส่วนของ ปตท.สผ. เป็นปริมาณ 1.26 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และคอนเดนเสทสะสม 9 ล้านบาร์เรล  

สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี ในเมียนมาร์นั้น ปตท.สผ. จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ถึง  2561 โดยกำหนดรายจ่ายในการลงทุน (CAPEX) ทั้งหมด 3.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 20% ของรายจ่ายในการลงทุน (CAPEX) ทั้งหมดของ ปตท.สผ. เพื่อใช้ในการดำเนินงานสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมในโครงการต่าง ๆ ของ ปตท.สผ. ในเมียนมาร์

 

เริ่มผลิตก๊าซจากโครงการซอติก้า

เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการซอติก้าเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และยังเป็นโครงการแรกในเมียนมาร์ที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการสำรวจ การพัฒนา จนกระทั่งถึงขั้นตอนการผลิต  สำหรับโครงการนี้ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนร้อยละ 80 และ Myanma Oil and Gas Enterprise (MOGE) ถือสัดส่วนร้อยละ 20  ปัจจุบันโครงการซอติก้ามีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

 

การพัฒนาบุคลากรในเมียนมาร์

ปตท.สผ. ได้มีการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยในการพัฒนาบุคลากร และอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของเมียนมาร์ โดยมีการจ้างพนักงานชาวเมียนมาร์กว่า 250 คน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนพนักงาน ปตท.สผ.อ. ทั้งหมดในเมียนมาร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

การดำเนินงานทางด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากการสำรวจ พัฒนา และ ผลิตปิโตรเลียม แล้ว ปตท.สผ.  ยังได้ดำเนินกิจกรรมด้าน ความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจหลักในเมียนมาร์ด้วย ทั้งด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา และด้านการพัฒนาชุมชน ได้แก่ โครงการโรงเรียนอนามัยห่างไกลพยาธิ  ซึ่งได้เริ่มดำเนินการที่หมู่บ้าน   เตายิงอิน และปาซอง และขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ปฎิบัติการโครงการซอติก้า  โครงการมอบทุนการศึกษา  ปตท.สผ. ได้มอบทุนการศึกษาในระดับต่างๆให้กับนักเรียน เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทั่วไปในเมียนมาร์เป็นประจำทุกปี  นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังร่วมมือกับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ในโครงการ IRPCT High Vocational Diploma Scholarshipโดยการให้ทุนแก่นักศึกษาเมียนมาร์จำนวน 70 ทุน เพื่อเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาช่างกลโรงงาน แผนกวิชาช่างกลโรงงาน หลักสูตรภาษาอังกฤษ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี จ.ระยอง โครงการจัดหา/พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน/สาธารณูปโภค  เช่น อาคารโรงเรียน โรงพยาบาลชุมชนและคลินิก การก่อสร้างถนนในพื้นที่กันบ็อก หมู่บ้าน I-Khalor และหมู่บ้าน Mitta เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมียนมาร์ด้วย


ก้าวต่อไปในเมียนมาร์

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของทั้ง 2 ประเทศ ได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเมียนมาร์มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติในการพัฒนาประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีโอกาสได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมียนมาร์ เพื่อขอทราบแนวคิดการพัฒนาธุรกิจปิโตรเลียมในประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของเมียนมาร์ได้กล่าวชื่นชม ปตท.สผ. ที่ได้แสดงความสามารถและความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงานควบคู่ไปกับความผิดชอบต่อสังคมในเมียนมาร์อีกด้วย

ทั้งนี้เมียนมาร์มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นในช่วงพัฒนาประเทศ ทั้งไฟฟ้า น้ำมันและ ปิโตรเคมี ซึ่ง ปตท.สผ. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. มีความพร้อมที่จะร่วมลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจพลังงาน ทั้งการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การสร้างโรงกลั่น ระบบท่อส่งปิโตรเลียม รวมถึงโรงงานปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้า

Comment : ปตท.สผ.ยืนยัน25 ปีของการลงทุนในเมียนมาร์ เพื่อพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของสองประเทศ
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ