3กูรูพลังงานชี้ทางออกแก้ผลกระทบสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ

22/06/2016 | 973 | Tags : News cate_sub_2_1

3กูรูพลังงานชี้ทางออกแก้ผลกระทบสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ

นายฐิติศักดิ์ บุญปราโมทย์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผยในงานสัมมนา "ผลกระทบและทางออกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ" ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาสัมปทานปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่จะหมดอายุปี 2565 ในแหล่งบงกช และปี 2566 ในแหล่งเอราวัณนั้น ต้องคำนึงถึงความสำคัญ 2 ด้าน คือ 1. ต้องเร่งดำเนินให้เร็วและต้องผลิตก๊าซธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ว่าผู้ชนะประมูลรายใดจะได้สิทธิ์เข้าไปสำรวจและผลิตก็จะต้องรับรองได้ว่าปริมาณก๊าซฯจะไม่ลดน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของระยะเวลาที่สัมปทานจะหมดอายุ

2.รูปแบบผลประโยชน์ ควรอยู่บนการได้ประโยชน์เสมอกันทั้งสองฝ่าย(win win)ภาครัฐก็ต้องได้ประโยชน์คุ้มค่าและต้องไม่น้อยกว่าการได้รับผลประโยชน์แบบระบบสัมปทานไทยแลนด์3 ขณะเดียวกันรัฐก็ไม่ควรเรียกผลประโยชน์มากเกินไปจนทำให้เอกชนไม่สามารถดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต่อไปได้อย่างคุ้มค่า

"ปัญหาสำคัญของไทยปัจจุบันคือ การจัดลำดับปัญหาไม่ถูกต้อง วันนี้ประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้นต้องแก้ปัญหานี้ก่อน ต้องทำให้ไทยอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอย่างก๊าซฯและไฟฟ้าต้องมีใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้ประเทศสามารถแข่งขันในเวทีต่างประเทศได้ โดยอย่าเอาเรื่องผลประโยชน์ หรือรูปแบบผลประโยชน์เป็นตัวนำและยอมให้ประเทศไทยไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะนั่นไม่ใช่สาระสำคัญของการเปิดประมูลและผลิตปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ"นายฐิติศักดิ์ กล่าว

นายฐิติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการศึกษาจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาตินั้น เห็นว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ประเทศโดยไม่จำเป็น เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายจ้างบุคคลากร อีกทั้งไทยผลิตก๊าซฯ เพื่อใช้ในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อการส่งออก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตั้งบรรษัทพลังานแห่งชาติมาดูแลเพื่อสร้างผลกำไรเหมือนประเทศอื่น ซึ่งปัจจุบันไทยมีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติที่สามารถดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาเป็นภาระให้ประเทศอีก

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปตท.กำลังอยู่ระหว่างรอดูเงื่อนไขการประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุจากภาครัฐ ซึ่งปตท.ยืนยันพร้อมเข้าร่วมประมูลเพราะเป็นแหล่งผลิตที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ปตท.ได้จัดทำแนวทางแก้ไขปัญหากรณี ผู้ชนะการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมเป็นรายใหม่และไม่สามารถผลิตก๊าซฯได้เท่าเดิม 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในช่วงรอยต่อผู้ผลิตรายใหม่และรายเดิมระหว่างปี2561-2564 โดยทางบริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTGCได้เร่งศึกษาหน่วยผลิตแนฟทา เพื่อมาใช้แทนก๊าซฯ ในกระบวนการผลิตของ PTTGC ในปี 2563 ส่วนปี 2561-2562 จะต้องใช้ก๊าซหุงต้มนำเข้า(LPG) แทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุนการผลิตได้

"ปตท.ได้จำลองกรณีเกิดวิกฤติก๊าซฯสูงสุด จากการได้ผู้ผลิตปิโตรเลียมรายใหม่ในการประมูลสัมปทานที่จะหมดอายุ ซึ่งช่วงรายต่อการผลิตของรายใหม่และรายเดิมนั้น หากก๊าซฯหายไปจริง แม้จะสร้างคลัง LNG แห่งที่ 2 อีก 7.5 ล้านตัน เพิ่มเติมจากแห่งแรกที่จะมีทั้งหมด 11.5 ล้านตัน ก็ไม่เพียงพอรองรับความต้องการใช้ ดังนั้นในส่วนของโรงไฟฟ้าจำเป็นต้องหันไปใช้น้ำมันเตา หรือดีเซลเสริมแทน แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องรถขนส่งน้ำมันที่ต้องวิ่งกว่า 100 คันต่อวันได้ ในส่วนของ PTTGC ที่ต้องใช้ก๊าซฯในกระบวนการผลิตนั้น ก็เร่งศึกษาหน่วยผลิตแนฟทามาใช้ทดแทนในอนาคต"นายอรรถพล กล่าว

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ได้จัดทำแผนรองรับวิกฤติก๊าซฯ กรณีร้ายแรงที่สุดเมื่อก๊าซฯหายไป 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากกรณีผู้ชนะประมูลสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุรายใหม่ไม่สามารถผลิตก๊าซฯ ได้ต่อเนื่องเท่าเดิม 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาได้คือ 1. ใช้มาตรการประหยัดพลังงานเพื่อลดใช้ไฟฟ้า กรณีร้ายแรงสุดอาจต้องใช้มาตรการบังคับประหยัดพลังงาน 2.หาโรงไฟฟ้าประเภทอื่นทดแทนโรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊ส เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน 3.นำเข้า LNG เพื่อทดแทนการผลิตก๊าซฯในประเทศ 4.ใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนกระบวนการผลิต เช่น แนฟทา และ5.รถยนต์ประเภท 2 ระบบให้เปลี่ยนมาใช้น้ำมันทดแทน เป็นต้น

ทั้งนี้ จากแบบจำลองกรณีร้ายแรงสุดดังกล่าว พบว่า ประเทศไทยจะเกิดความเสี่ยงหลายกรณี คือ 1. ก๊าซฯไม่พอสำหรับผลิตไฟฟ้า 2.เสี่ยงไฟฟ้าดับ 3.กระทบอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 4.กระทบต่อก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)ภายขนส่ง และ5.เกิดปัญหาคุณภาพก๊าซฯ เป็นต้น นอกจากนี้ผลที่จะกระทบตามมาคือ ขาดความมั่งคงด้านจัดหาไฟฟ้า และเมื่อต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นผลิตไฟฟ้าก็จะมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

"ประเทศไทยมีต้นทุนจากความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจสูงมาก และทำให้หลายอย่างสะดุด ดังนั้นต้องช่วยกันสร้างความกระจ่างชัดเจน เพราะความไม่เชื่อใจนอกจากจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายแล้วยังเสียเวลา เกิดความไม่แน่นอนทำให้ประเทศถูกฉุดรั้งไม่สามารถสู้กับต่างประเทศได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายแอบแฝงจากความไม่เชื่อใจสูงมาก เราต้องทะลายไปให้ได้"นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า การเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม 2 แหล่งในอ่าวไทยที่กำลังจะหมดอายุลง คือ แหล่งบงกช ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่จะหมดอายุลงในปี 2565 และแหล่งเอราวัณ ของบริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่จะหมดอายุลงในปี 2566 นั้น คาดว่ากระทรวงพลังงานจะจัดทำเงื่อนไขการประมูล(TOR) เสร็จใน 1 ปี หรือภายใน พ.ค. 2560 ทั้งนี้สัมปทานทั้ง 2 แหล่งมีกำลังการผลิตก๊าซฯ รวมเฉลี่ยอยู่ที่ 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือคิดเป็น 76%ของปริมาณการที่ผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และคิดเป็น 44% ของปริมาณจัดหาก๊าซฯในประเทศ

สำหรับแผนบริหารความเสี่ยงจากการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุได้จัดทำไว้2 กรณีใหญ่ คือ กรณีเลวร้ายที่สุด หากการเปิดประมูลแล้วผู้ชนะการประมูลเป็นรายใหม่ จะมีความเสี่ยงในช่วงรอยต่อ 6 - 7 ปีก่อนที่สัมปทานจะหมดอายุลง เพราะเป็นช่วงที่ผู้รับสัมปทานรายเดิมจะเริ่มลดการลงทุนลง หรือ ไม่มีการเจาะสำรวจก๊าซฯ ทำให้กำลังการผลิตก๊าซฯทยอยลดลง ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซฯ หายไป 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ระหว่างปี 2561-2564ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า 6,300 เมกะวัตต์ ในปี 2564 และต้องนำเข้า LNGเพิ่มขึ้น 20 ล้านตัน จากปริมาณนำเข้าในปัจจุบันอยู่ที่ 2-3 ล้านตัน แต่จะมีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทาเรือ และคลัง ไม่พร้อมรองรับ LNGเพราะการก่อสร้างคลังรับ LNG แห่งที่ 2 ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ อ.หนองแฟบ จ.ระยอง จะเสร็จในปี 2565 หรือหากแม้แต่การก่อสร้างคลังรับ LNGลอยน้ำ (FSRU) จะต้องใช้เวลาก่อสร้าง 3-4 ปี ดังนั้นหากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 แห่ง ที่อ.เทพา จ.สงขลา และจ.กระบี่ กำลังการผลิตรวม 3,000 เมกะวัตต์ เสร็จภายในปี 2563 ก็จะมาช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา อย่างไรก็ตามหากผลการประมูลได้ผู้ชนะเป็นรายเดิม ปัญหาวิกฤติก๊าซฯก็จะหายไป เพราะสามารถผลิตได้ต่อเนื่อง

Comment : 3กูรูพลังงานชี้ทางออกแก้ผลกระทบสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ