กบง.คงราคาขายปลีกแอลพีจีเดือนตุลาคม 20.29 บาทต่อกิโลกรัม

05/10/2016 | 964 | Tags : News cate_sub_2_1

กบง.คงราคาขายปลีกแอลพีจีเดือนตุลาคม 20.29 บาทต่อกิโลกรัม



ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า กบง. มีมติให้คงราคาจำหน่ายก๊าซแอลพีจีเดือนตุลาคมนี้ เท่าเดิมที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมทั้งทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งการทบทวนราคาซื้อตั้งต้นของก๊าซแอลพจี โดยใช้ต้นทุนจากแหล่งผลิตและแหล่งจัดหาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักทุกๆ 3 เดือน เพื่อใช้เป็นราคาต้นทุนก๊าซแอลพีจีในช่วงเดือนตุลาคม 2559 ? มกราคม 2560 สรุปดังนี้

- โรงแยกก๊าซธรรมชาติ : อยู่ที่ 13.3821 บาทต่อกิโลกรัม ปรับตัวลดลง 1.2890 บาทต่อกิโลกรัมจาก 14.6711 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องมาจากราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติและค่าเชื้อเพลิงในการผลิตปรับตัวลดลง

- โรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงและโรงอะเมติก : สูตรเหมือนเดิมที่ CP-20 เหรียญสหรัฐต่อตัน

- การนำเข้า : สูตรเหมือนเดิมที่ CP+85 เหรียญสหรัฐต่อตัน

- ปตท.สผ.สยาม : ต้นทุนไม่เปลี่ยนแปลงที่ราคา 15.00 บาทต่อกิโลกรัม ตามที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดส่งข้อมูลมา

สำหรับสถานการณ์ราคาก๊าซแอลพีจี ตลาดโลก (CP) เดือนตุลาคม 2559 อยู่ที่ระดับ 437 เหรียญสหรัฐตีอตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 47 เหรียญสหรัฐตีอตัน ในขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนกันยายน 2559 อ่อนค่าลงจากเดือนก่อน 0.0076 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 34.9014 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ แต่เนื่องจากราคาก๊าซแอลพีจี จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 37 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน มาอยู่ที่ 383 เหรียญสหรัฐฯตีอตัน   ซึ่งปริมาณก๊าซแอลพีจี ที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนกว่า 64% ของความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจีทั้งหมด ส่งผลให้ราคาต้นทุนเฉลี่ยการจัดหาก๊าซแอลพีจีทั้งระบบ ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นของก๊าซแอลพีจี (LPG Pool) ปรับตัวลดลง 0.1644 บาทต่อกิโลกรัม จาก 13.1623 บาทตีอกิโลกรัม เป็น 12.9979 บาทต่อกิโลกรัม แต่เพื่อเป็นการลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงที่ผ่านมา และเตรียมการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซแอลพีจีในอนาคต 

ดังนั้น ที่ประชุม กบง. จึงเห็นควรให้คงราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี เดือนตุลาคม 2559 ไว้ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม โดยปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม 0.1644 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 0.1567 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯที่ 0.3211 บาทตีอกิโลกรัม และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

จากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ส่งผลทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของก๊าซแอบพีจี มีรายรับเพิ่มขึ้น 59 ล้านบาทต่อเดือน จาก 56 ล้านบาทตีอเดือน เพิ่มเป็นรายรับประมาณ 115 ล้านบาทต่อเดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2559 อยู่ที่ 41,690 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ในส่วนของบัญชีก๊าซแอลพีจัอยู่ที่ 7,462 ล้านบาท และ 2) ในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 34,228 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์การใช้ก๊าซแอลพีจีในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ตามข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พบว่ามีปริมาณการใช้อยู่ที่ระดับ 503 พันตันต่อเดือน โดยมีการใช้ในแต่ละภาค ดังนี้ 1) ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนปริมาณการใช้มากที่สุดที่ประมาณ 174 พันตัน 2) ภาคปิโตรเคมีมีปริมาณการใช้รองลงมาอยู่ที่ประมาณ 145 พันตัน ซึ่งมีปริมาณการใช้ลดลงเนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวเปลี่ยนไปใช้ แนฟทาในการผลิตปิโตรเคมีแทนแอลพีจี 3) ภาคขนส่งมีการใช้ประมาณ 124 พันตัน มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้น และ 4) ภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณการใช้ประมาณ 50 พันตัน

นอกจากนี้ที่ประขุม กบง. ยังรับทราบการดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการพัฒนาระบบการรายงานข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้า แบบ Near Real Time เพื่อให้สามารถรายงานข้อมูลค่าพลังงานไฟฟ้าสูงสุดของประเทศที่เกิดขึ้นได้ทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบการรายงานข้อมูลด้านการผลิตและการใช้ไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติมีความสมบูรณ์และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า และการวางแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 กกพ. ได้รับรายงานข้อมูลการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า กฟผ.  ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) และข้อมูลการนำเข้าจากต่างประเทศ (Import) มายังระบบของสำนักงาน กกพ. ทุกๆ 1 นาที และสำหรับปีงบประมาณ 2559 กกพ. ได้รวบรวมและพัฒนาการรายงานข้อมูลการผลิตของ (VSPP) จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รวมทั้งโครงการพลังน้ำขนาดเล็กและโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กมากของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เข้ามาในระบบ กฟผ. เพื่อพัฒนาเป็นภาพรวมการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

////////

Comment : กบง.คงราคาขายปลีกแอลพีจีเดือนตุลาคม 20.29 บาทต่อกิโลกรัม
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ