กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยันสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

31/03/2017 | 800 | Tags : News cate_sub_2_1

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยันสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน


 นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวภายหลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านวาระที่ 2 และ 3 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ฉบับที่? (พศ....) และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ฉบับที่... (พ.ศ....) ว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติพร้อมดำเนินการเมื่อมีการประกาศเป็นกฎหมายเพราะจำเป็นต้องเร่งความมั่นคงด้านพลังงาน สำหรับข้อสังเกตที่ให้มีการศึกษาการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ หรือ NOC ก็คงต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาซึ่งกำหนดให้ดำเนินการ ภายใน 60 วัน และสรุปผลภายใน 1 ปี ตามที่ได้มีมติที่ประชุม

  อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวถึงขั้นตอนที่กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ต้องดำเนินการต่อไปว่า ปัจจุบันกรมฯ ต้องเตรียมยกร่างกฎกระทรวงที่จำเป็นอีก 5 ฉบับ และประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียมอีก 1 ฉบับ มารองรับการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับ ประกอบด้วย

  (1) ประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม "หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม..."
  (2) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต (มาตรา53/1)
  (3) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขและระยะเวลาการให้ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตนำส่งค่าภาคหลวงแก่รัฐ (มาตรา53/6)
  (4) กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (มาตรา53/2)
  (5) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้รับสัญญาจ้างสำรวจและผลิต (มาตรา53/9)
  (6) กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต (มาตรา53/10)

 สำหรับกรณีการดำเนินการเพื่อเปิดประมูลแหล่งสัมปทานที่จะสิ้นสุดอายุ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ระหว่างการจัดทำกฎหมายได้เตรียมกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูล (TOR) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2560 ทั้งนี้ ในการเปิดประมูลขึ้นอยู่กับกฎหมายลำดับรองที่จะใช้เป็นเงื่อนไขในการประมูล ต้องแล้วเสร็จก่อน หลังจากนั้นจึงจะมีการประกาศ TOR และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำเนินงาน 
        
นอกจากนี้ขอยืนยันว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส ซึ่งในปี 2559 ได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐระดับสูงมาก จากคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และมีการทำงานที่เน้นสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติสูงสุด ซึ่งจะเห็นจากการจัดหาปิโตรเลียมเพื่อรองรับความต้องการใช้ได้ อย่างต่อเนื่อง และสามารถจัดเก็บรายได้ทั้งในรูปแบบค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ และอื่นๆ มูลค่าปีละเกือบสองแสนล้านบาท 

โดยการกำกับดูแลเป็นไปทั้งในรูปแบบที่ต้องส่งบุคลากรลงไปตรวจสอบในสถานประกอบกิจการ และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับดูแล ซึ่งการดำเนินการรูปแบบดังกล่าวก็เป็นไปตามมาตรฐานสากล และตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการทำงานด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ ผ่านการฝึกอบรม การศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องปิโตรเลียมมาโดยตลอด ดังจะเห็นว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติแม้บุคลากรน้อยแต่เป็นหน่วยงานรัฐที่สามารถกำกับดูแลให้สามารถจัดหารายได้ให้แก่รัฐได้

Comment : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยันสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน