ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะต้องทำแบบคลัสเตอร์


นางสาวสมใจ สุวรรณศุณพนา นายกเทศมนตรีเทศบาลนครภูเก็ต ระบุว่า หลังจากที่โรงเผาขยะจังหวัดภูเก็ต ได้รับงบประมาณในปี 2559 จำนวน 530 ล้านบาท จะนำมาปรับปรุงเตาเผาขยะชุดที่ 1 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งจะทำให้ภูเก็ตกำจัดขยะได้เพิ่มขึ้น 250 ตันต่อวัน หรือผลิตไฟฟ้าได้ 2.5 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันเตาเผาขยะชุดที่ 2 ที่ดำเนินการโดยเอกชน เผาขยะได้ 700 ตันต่อวัน หรือ ผลิตไฟฟ้าได้ 12 เมกวัตต์ ทำให้รับมือกับปัญหาขยะที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ จากล่าสุดปี 2558 ภูเก็ตมีปริมาณขยะอยู่ที่ 750 ตันต่อวัน หรือ เติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7 ต่อปี จากจำนวนประชากรแค่ 360,000 คน แต่มีนักท่องเที่ยวต่อปีสูงถึง 12 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้ภูเก็ต ประสบปัญหาวิกฤตขยะที่สูงกว่ากำลังการเผาขยะ โดยคาดว่า ในปี2562 ปริมาณขยะจะเพิ่มถึง 987 ตันต่อวัน และในอีก 11 ปีหรือในปี 2570 ปริมาณขยะจะเพิ่มถึง 1,735 ตันต่อวัน ดังนั้น แนวทางในการบริหารจัดการขยะ จังหวัดภูเก็ตตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะ ให้เติบโตเพียงร้อยละ 5 และยังมีแผนที่จะรื้อรอนหลุมฝังกลบขยะที่มีขยะตกค้าง 7 แสนตัน ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการ 2-3 ปี จะทำให้สามารถรองรับขยะในจังหวัดได้อีก 1,200 ตัน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครภูเก็ต มองว่า นโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดโรงไฟฟ้าขยะทุกจังหวัด เป็นไปได้ยาก หากไม่ดำเนินการในรูปแบบคลัสเตอร์ เชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานแบบบูรณาการ และการบริหารจัดการขยะ ควรแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมถึงต้องคำนึงถึงงบประมาณภาครัฐที่มีด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดต้องเลือกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าขยะที่มีระบบกำจัดมลพิษ ไม่เป็นมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม เพราะโรงไฟฟ้าจะต้องอยู่กับชาวบ้านยาวนาน นอกจากนี้ ควรปรับแก้กฎหมายใช้เอื้อต่อการสร้างโรงเผาขยะ
Comment : ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะต้องทำแบบคลัสเตอร์