เปิดรับฟังความเห็น กระบวนการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมหลังสิ้นสุดสัมปทาน


นายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียม อาทิ แท่นผลิตและท่อปิโตรเลียม ทั้งบนบกและในอ่าวไทย โดยนับเป็นการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมครั้งแรกของประเทศไทยนับตั้งแต่มีการให้สัมปทานปิโตรเลียมมา ทั้งนี้กรมฯจะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีก 8 ครั้ง ก่อนจะประกาศเป็นกฎกระทรวงเกี่ยวกับแนวทางการรื้อถอนที่ชัดเจน คาดว่าจะแล้วเสร็จภาย 8-9 เดือนนี้ สำหรับกลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องจัดทำรายงานแผนการรื้อถอน คืแ 1. ผู้ที่หยุดผลิตปิโตรเลียมเป็นเวลา 1 ปี กลุ่มที่ 2. ผู้รับสัมปทานที่เหลือปริมาณสำรองปิโตรเลียมในแหล่งผลิตเพียง 40% และ 3. กลุ่มที่เหลืออายุสัมปทานปิโตรเลียม5 ปี โดยค่ารื้อถอนนั้น ผู้ผลิตปิโตรเลียมจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยต้องมีการวางเงินประกันการรื้อถอนให้ทางกรมฯ ไว้ 100% หลังจากนั้นกรมฯ จะส่งต่อให้คณะกรรมการปิโตรเลียมทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่พิจารณาตามลำดับขั้น จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งติดตั้ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมอื่นๆ สำหรับแท่นปิโตรเลียมในอ่าวไทยปัจจุบันมีทั้งหมด 435 แท่น และบนบก กว่า 100 แท่น ซึ่งกรมฯอยู่ระหว่างพิจารณาว่าแท่นใดต้องรื้อถอน และแท่นใดที่กรมฯจะให้เก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์ ในอนาคต แต่จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้แท่นที่ยังมีประโยชน์ตกมาเป็นของรัฐก่อน โดยการรื้อถอนคาดว่าต้องใช้งบประมาณ 10,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้รวมถึงแท่นปิโตรเลียมขนาดใหญ่ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. และบริษัท เชฟรอนด้วย ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในอีก 6-7 ปีข้างหน้า
Comment : เปิดรับฟังความเห็น กระบวนการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมหลังสิ้นสุดสัมปทาน