กฟผ.ชูแม่ฮ่องสอนนำร่องสมาร์ทกริดประเทศ

05/05/2015 | 1854 | Tags : News cate_sub_2_1

กฟผ.ชูแม่ฮ่องสอนนำร่องสมาร์ทกริดประเทศ



         นายบุญมาก สมิทธิลีลา รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในแผนแม่บทพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด ของประเทศ  ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มาแล้วนั้น กฟผ.ได้เสนอที่จะพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เป็นโครงการนำร่องทางด้านระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ(สมาร์กริด)ในระดับประเทศ เนื่องจากแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเดียวที่ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของกฟผ.ยังเข้าไม่ถึงเนื่องจากภูมิประเทศแวดล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ที่อนุรักษ์เอาไว้  โดยแหล่งพลังงานที่ใช้ในจังหวัดมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ,พลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าที่ใช้ดีเซลที่เชื่อมต่อกับระบบจำหน่าย แรงดัน22กิโลโวลต์ และพลังงานไฟฟ้าบางส่วนถูกส่งผ่านมาจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

     ดังนั้นในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนจึงมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นโครงการนำร่องเพื่อให้มีความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสูงขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดที่จะพัฒนาให้แม่ฮ่องสอนเป็นต้นแบบของจังหวัดสีเขียว 

     นายบุญมาก กล่าวว่า ปัจจุบันโมเดลของระบบโครงข่ายของมาร์ทกริด มีมากกว่า200โมเดล และแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จึงจำเป็นจะต้องมีโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบถึงโมเดลที่เหมาะสมระหว่างเทคโนโลยีกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่  ซึ่งหากประสบสำเร็จจะช่วยชะลอการลงทุนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบไฟฟ้า ทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและการพัฒนาระบบส่งและระบบจำหน่าย  การเพิ่มความเชื่อถือได้ในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าในแม่ฮ่องสอน และลดค่าใช้จ่ายจากการผลิตไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันดีเซล  และจะมีการขยายผลเรื่องของสมาร์ทกริด ไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆต่อไป 

      การพัฒนาระบบสมาร์ทกริด ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ780ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ3ปี โดยแบ่งยุทธศาสตร์การทำงานออกเป็นแบ่งออกเป็น4ด้าน คือ1.การพัฒนาการกักเก็บและผลิตพลังงาน โดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งจะมีการเพิ่มการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งบนหลังคา จำนวน200กิโลวัตต์ และติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) จำนวน 3เมกะวัตต์ ,การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ,โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด1เมกะวัตต์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ดีเซลขนาด1เมกะวัตต์ .

      2.พัฒนาการจัดการพลังงานโดยมีระบบควบคุมและปฏิบัติการทางไฟฟ้าเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างภาคการผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความไม่แน่นอน  และรองรับการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านมาตรการประหยัดพลังงานภาคสมัครใจ(ดีมานเรสปอนส์)

     3.การพัฒนาการตระหนักรู้และใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เช่นการติดตั้งป้ายอัจฉริยะ เพื่อแสดงข้อมูลที่สำคัญ  ,ระบบการจัดการพลังงานในอาคารแบบผู้ใช้มีส่วนร่วม ยานพาหนะไฟฟ้าและระบบอัดประจุ เป็นต้น 

     และ4.การพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน คือการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องสมาร์ทกริดให้กับประชาชนในพื้นที่ให้มีความเข้าใจและใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยจะมีการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ บนพื้นที่โรงไฟฟ้าเชลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง ของกฟผ.

............................


Comment : กฟผ.ชูแม่ฮ่องสอนนำร่องสมาร์ทกริดประเทศ
รายการอื่นๆที่น่าสนใจ